Welcome to Boat's Station ...

My Diary ...

   ได้ยินเสียงเจ้ารุ่งโอ๊กอ๊ากอยู่แว่วๆ ... ไม่ต้องบอกว่ามีแนวโน้มจะได้ลูกคนที่สอง  เพราะมีแล้วแน่ๆ ไม่ต้องโน้มแต่อย่างใด  ที่เหลือก็รอลุ้นว่าจะออกมาเป็นป้อจาย หรือแม่หญิง ... ส่วนตัวเองนั้นเพศใดก็ได้ไม่มีปัญหา  แต่ถ้าได้แม่หญิงก็ดี จะได้ชายนึงคนหญิงคนนึง ... น่าจะได้อรรถรสไปอีกแบบครับ ...

   หยุดยาวก็เดินทางอีกแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะไปแจมกับพรรคพวกที่จะไป อช. อินทนนท์  แต่เนื่องจากยายกลับบ้านที่แพร่ไปแล้ว  หากจะไปก็ต้องลากเจ้าต้วเล็กไปด้วย  หรือไม่ก็ต้องเอาไปฝากไว้กับยายที่แพร่  ก็ต้องขับรถไปอีก  ไม่ค่อยสะดวกนัก  ตัดใจไม่ไปแล้วหันมามองๆ บริเวณรอบๆ กทม. แทน ... หลังจากหาข้อมูลก็มีให้เลือกสองทางคือ น้ำตกคลองลาน ที่กำแพงเพชร และอีกที่คือน้ำตกผาตาด กาญจนบุรี  สุดท้ายได้คุยกับเจ้ากบเพื่อนที่ราชบุรีแล้วก็คิดว่าผาตาด + เอราวัณ น่าสนใจที่สุด เพราะเดินทางไม่ไกล น้ำตกสวยงามใช้ได้ และที่สำคัญ  ไม่เคยไปถ่ายรูปที่น้ำตกเอราวัณ เนื่องจากคนเยอะมากกกกกกกกก ....

   เดินทางไปเช้าวันเสาร์ครับ ไปปักเต๊นท์คืนแรกที่ผาตาด  ฝนตกพรำๆ ได้บบรรยากาศสุดๆ ;) ... คืนแรกนึกว่าต้องนอนดูฝนกันแล้ว  แต่ปรากฏว่าตกลงมาแค่ให้ชุ่มเย็นแกผู้พักอาศัยเท่านั้น ;) ... ภาพที่ถ่ายที่ผาตาด  เป็นการถ่ายตอนเย็นซะมากครับ  เพราะว่าตอนเช้าของอีกวันไปถ่ายแล้วไม่ได้ไปที่ชั้นสาม  แต่ดันหยุดกดอยู่ที่ชั้นสองอย่างเดียว  น่าเสียดายจริงๆ ก็แบบว่าชั้นสองก็โอเค  จนเวลามันล่วงเลยมาเยอะถึงเที่ยง ก็เลยจำเป็นต้องมาเก็บเต็นท์แล้วทานอาหารกลางวัน  จากนั้นก็จรลีไปน้ำตกเอราวัณแทน  ทำให้พลาดมุมดีๆ ของชั้นสามที่เล็งไว้แต่ตอนเย็นของวันก่อน ... คราวหน้าไม่แน่อาจจะมีแก้ตัว แต่คงต้องก่อนหมดฝนครับ ....

   คืนที่สองมาที่เอราวัณกัน  ปักเต็นท์ตรงทางรถยนต์ข้ามลำธารน่ะครับ ... เพราะบริเวณริมแม่น้ำคนกางกันเกือบเต็มแล้ว  ไปเวลาไหนไม่ไป  ดันไปตอนหยุดยาว //ฮ่าฮ่าฮ่า ... แต่ถ้าไม่ไปเวลานี้ผมก็จะไปเวลาไหนล่ะครับ //หยอกเย้า ... เย็นนั้นกะจะถ่าย portrait เพื่อนร่วมทริปเสียหน่อย  แต่ฝนดันตกลงมาซะนี่  ... อดเลยครับ  ทริปนี้ฝนตกตลอด  พระพิรุณท่านคงจะกลัวว่าไม่ได้บรรยากาศของหน้าฝนกระมัง :)

   เช้า 6.30 ก็เริ่มเดินทางกันแล้วล่ะ  เพราะว่าที่เอราวัณนี้คนเยอะมากๆ ผช.หัวหน้าอุทยาน คนก่อนบอกไว้ว่า อช.เอราวัณนี้เก็บค่าเข้าชมได้เป็นที่สองของประเทศ รองจาก อช. อินทนนท์ ครับ ... เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นไงมั่ง ตกอันดับยังไม่รู้นะ ... (แต่คนเยอะโคตรๆ ขอบอก T_T )  ผมออกจากเต็นท์ตอนหกโมงครึ่ง  กะว่าเช้าๆ แถมฝนพรำๆ แบบนี้แมวที่ไหนมันจะมาเล่นน้ำตกฟระ ... กะว่าแจ่มแน่นอน ... ที่ไหนได้  พอเดินมาชั้นสอง พวกโดดน้ำกันตูมๆ ... //หยอกเย้า ... อยากถามเหมือนกันนะว่า "น้องๆ ชีวิตนี้น้องไม่เคยเล่นน้ำตกเลยเหรอไง (วะ) " ... ก็แหมเอ๊ย ... ยังไม่เจ็ดโมงนะครับพี่น้อง ... แล้วบรรยากาศฝนก็ทำท่าจะตกเอา  พวกยังโดดกันเฉย ... เมิงไม่เคยเล่นน้ำตกเรอะ T_T ... แฉดดดดดดดดดดดดดดดดดด !@%$$**^@$% ... T_T

   ด้วยฟามผิดหวังเล็กน้อย ... ก็เลยลากขาตั้งเดินไปชั้นสามครับ ... โอ้โห ... ที่นี่แหละ ... สวรรค์ของผมเลยล่ะพับผ่า ... ต้นไม้  รากไม้ ... น้ำตก ... มันเหมาะเจาะดีแท้ ... ถ่างขา  เอ้ย ... กางเขาเล่นชั้นนี้ซะชุ่มปอดแหละ ... กว่าจะเดินจากชั้นนี้ไปได้  เล่นไปหลาย ชม. ล่ะครับ //ฮ่าฮ่าฮ่า ...

   จากนั้นก็เดินไปชั้น 4 อกผีเสื้อ  ดูแล้วไม่ค่อยแจ่มเท่าไหร่ ตัดใจเดินไปชั้น 5 ก็โอเช ... แต่มุมภาพไม่เยอะ เพราะมีคนเล่นน้ำอยู่พอสมควร  ผมเลยแก้ผ้าโดดน้ำแทนซะเลย ... ฮ่า ๆๆๆ ... แต่ก็เล่นได้แป๊บเดียวล่ะครับ  ปลามันตอด ... ไอ้ผมก็กลัวว่าเดี๋ยวมันจะตอดเพลินจนผมเหลือแต่ก้าง ... //ฮ่าฮ่าฮ่า ... เสร็จสมอารมณ์หมายแล้วก็ขึ้นจากน้ำแล้วแบกของกำลังจะเดินลง  เห็นฝรั่งเก้ๆ กังๆ วางกล้องบนหินจะถ่ายน้ำตก ... ผมก็เลยให้ยืมขาตั้งซะหน่อย ... โปรโมทเมืองไทยซ้า ... เอิ้ก ๆๆๆ ...

   ขาลงไปชั้น 4 เห็นพวกโดดน้ำกันตูมๆ แถมเล่นสไลเดอร์ซะด้วย ... ก็เลยจัดการแพนกล้องมาได้อีกสองสามชอต ... และก็อีกนั่นแหละ ... มีฝรั่งมานเล่นอยู่  ผมแพนกล้องได้ภาพพอจะเห็นหน้าชัดหน่อย ก็เลยเดินไปขอเมล์ เพื่อว่าจะส่งให้ในภายหลัง ... แฟนเค้าคงคิดว่าต้องเสียตังค์มั้ง ก็เลยบอกว่ายังไม่เอา ... ผมก็เลยไม่ได้ว่าอะไร แล้วเดินลงมาที่ชั้นสามที่เจ้ากบรออยู่  พอดีเจอเจ้าแจ๊คแฟนเจ้ากบกับเพื่อนร่วมทริป แบกเจ้าต้นน้ำขึ้นมาที่ชั้น 3 ด้วย (มานฟิตเจงๆ //หยอกเย้า) ก็เลยรอเจ้ากบถ่ายรูป  ... สักพักเจ้าสองหนุ่มสาวฝรั่งคนที่ผมถ่ายรูปก็เดินลงมา  ผมเลยถามใหม่ว่าจะเอาไม๊ ... ฟรี ... พวกเลยเอา ... //ฮ่าฮ่าฮ่า .... ก็เอาเมล์มาซะตั้งแต่ทีแรกก็หมดเรื่องนิ //หยอกเย้า ... เอิ้ก ๆๆๆ

   ขาเดินลง  ต้องแบกเจ้าต้นน้ำลงด้วยนี่ดิ T_T ข้างหน้าก็ลูก 15 กก. ข้างหลังก็เป้ + ขาตั้ง 10 กก. .... กว่าจะเดินถึงเต็นท์ ขาลากเลย แฉดดดดดดดดดด @E@$$%^&^*T(%##!~

จบดื้อๆ เลยดีก่า T_T


 
Message To Me

  chanarthip@ยาฮู.com
web page hit counter
IBM Computers


   ระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่าน ... ไม่ได้สนใจจะขยับปรับ blog ... ความขี้เกียจยังมีอิทธิพลสูงลิบ ในหัวสมองทั้งสองซีก ... อย่าถามว่าแล้วทำไมไม่เอามันออกไป  ก็เวลานี้มันออกไปบางส่วนแล้วยังไงล่ะครับ   ไม่อย่างนั้น  คุณคงไม่ได้เห็น blog ใหม่นี้ :P

   จริงๆ คงต้องบอกว่า  สต๊อกรูปของผมมีอีกหลายร้อย ... ที่ใช้ได้สักสิบผมก็ดีใจโขแล้ว  ซึ่งความเป็นจริง  มันมีแค่สี่ห้ารูป  จากสี่ห้าร้อย T_T  ผมว่ามันน่าดีใจนะ  แทนที่จะเสียใจ เพราะอย่างเลวร้ายที่สุด  มันก็มีภาพที่ยังใช้ได้อยู่บ้าง  ไม่ใช่กลวงไปทั้งหมด  ... ( ชีวิตผมกลวงตลอดอยู่แล้วนี่ .... )

  ทริปล่าสุดของผมไม่มีครับ  แต่ทริปต่อไปน่ะมีแน่  แต่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ ยังไม่ได้กำหนด :P ... คิดเอาไว้ว่าอยากไปปักเต็นท์แถวๆ น้ำตกที่ไหนสักแห่ง  อาจจะเป็นที่ป่าละอู  หรือว่าจะไปนอนดูหมอกที่แก่งกระจาน ;P

   ชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ ... ไปที่ไหน  ก็ไม่พ้นน้ำแหละครับ  ลูกคนแรกยังชื่อต้นน้ำเลย ... เอิ้ก ๆ  อ้อ ... เห็นรุ่งบอกว่ามีแนวโน้มยายจะได้หลานคนที่สอง ... อะคริๆ  ออกอาการมาหลายวันแล้ว  นี่คนที่สองขอเป็นแม่หญิงท่าจะดี  ขืนเป็นพ่อจาย  สงสัยได้จับลิงสองตัวแน่ๆ T_T  แค่ไอ้ลิงน้อยตัวเดียวนี้ก็จับไม่ค่อยจะทันแล้ว T_T ...

---------------------------------

   อีกข่าว ... พ่อผมเสียเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 50 ที่ผ่านมา  ... ด้วยโรคมะเร็งปอด  คนที่สูบบุหรี่มาตั้งแต่เด็กอย่างพ่อ  บอกว่ามีความเสี่ยงกับโรคมะเร็งคงน้อยเกินไป ... ต้องบอกว่า  พ่อผูกสัญญากับมะเร็งน่าจะถูกต้องกว่า ... พ่อไม่ชอบหาหมอ  เจ็บเท่าไหร่ก็ไม่หาหมอ ยกเว้นในครั้งล่าสุดและเป็นครั้งสุดท้าย  ที่จะต้องหิ้วพ่อส่งโรงพยาบาล  หิ้วน่ะครับ  ถูกต้องที่สุดแล้ว  เพราะพ่อเดินไม่ไหว ... ผลการตรวจ  บ่งบอกว่าพ่อเป็นมะเร็งปอดขนาด 5x7 ซม. อย่าบอกว่ามันใหญ่ ... เพราะมันใหญ่มาก ... น่าแปลกใจเล็กน้อยตรงที่พ่อเลิกบุหรี่มา 16 ปีแล้ว  แต่อาการมะเร็งนี้น่าจะเริ่มเป็นมาตั้งแต่ช่วงนั้น   แต่เมื่อพ่อไม่เคยไปหาหมอ ... เซลล์มะเร็งจึงจัดงานเฉลิมฉลองแห่งการมีชีวิตของมันในปอดของพ่อ ...


... งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกเรา ... เซลล์มะเร็งก็เช่นกัน ... และมันลาเวทีไปพร้อมๆ กันกับพ่อ ...


   มีเพื่อนมีญาติ  หรือมีคนรู้จัก ... บอกกล่าวเล่าเรื่องของพ่อผมไปอีกหนึ่งเคสนะครับ ... หากเรื่องนี้จะช่วยคนให้เลิกบุหรี่ได้สักคน  ผมคิดว่าพ่อน่าจะดีใจ ... และคงภูมิใจว่าการตายของท่านไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ...



.... รักพ่อนะครับ ....


Blog EntryJVC GZ-MG135May 14, '07 8:41 AM
for everyone

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้ตัดสินใจว่าจะซื้อกล้องวีดีโอเสียหน่อย ไม่ได้เอาไปใช้เองหรอกครับ แต่กะว่าจะเอาไปถ่ายรูปลูกและครอบครัว หลังจากที่ตัวเองซื้อของที่ตัวเองต้องการมาเยอะแล้ว เอิ้กๆๆ เห็นมะ ผมก็ไม่ได้มีแต่ข้อเสียแต่เพียงอย่างเดียวนะ ข้อดีก็มีเหมือนกัน คริๆ จริงๆ แล้วผมหยุดตั้งแต่วันพฤกัสฯ น่ะครับ เป็นวันพืชมงคล ที่ทำงานเค้าหยุด ทีนี้มันก็แหว่งวันศุกร์ใช่ป่ะ ด้วยความที่เราเป็นคนดีและทุ่มแทให้กับงานมาก เราก็เลยลาซะอีกหนึ่งวัน เอิ้กๆๆๆ กลายเป็นว่าผมหยุดสี่วันรวด คริๆ แต่ก็นั่นแหละ ไอ้หยุดน่ะหยุดได้ แต่ถามหน่อยว่าหยุดแล้วจะไปไหน ... ก็ยังนึกไม่ออกครับ ฝนก็ตก สรุปแล้วผมก็เขียนใบลาเอาไว้แล้วก็นอนอยู่บ้าน (เออ ... ดีเนอะ :)

ไม่ได้นอนเปล่านะครับ นอนไปด้วยหาข้อมูลกล้องวีดีโอไปด้วย กล้องที่เลือกๆ ไว้มีสองรุ่น รุ่นแรกเป็นของ SANYO HD1a ซึ่งเป็นแบบเล็ก ถ่ายภาพได้คุณภาพระดับ HD เลยนะนั่น ก็ search ข้อมูลรุ่นนี้แหละครับ ... ข้อดีเราไม่หา เราหาแต่ข้อเสีย ก็ข้อดีผมพอรู้อยู่บ้างแล้วล่ะ การซื้อของผมดูที่ข้อเสียเป็นหลักว่า ข้อเสียนั้นๆ ของสินค้านั้นๆ เรารับได้หรือไม่ ถ้ารับได้ก็ถือว่าจบเรื่อง แต่ถ้าไม่ได้เราก็ต้องมองหารุ่นใหม่กันต่อไป

Sanyo รุ่นนี้มีข้อ complain มากๆ ในเรื่องของการถ่ายในที่แสงน้อยซึ่งผมเองก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันว่าไฟล์มันขนาดไหน แย่แค่ไหน แต่เท่าที่อ่าน ๆ ก็ complain กันเยอะ เพราะฉะนั้น ดูรุ่นอื่นประกอบด้วยดีกว่าวงเงินที่วางเอาไว้ก็ไม่เกินสองหมื่นครับ มากกว่านี้ก็ถือว่าเกินเหตุเอามาถ่ายรูปลูกแค่นั้นเอง ... คริๆ (เมียบอกว่าทีของแกซื้อตั้งหลายหมื่นนน //หยอกเย้า ) อะคริๆ

รุ่นที่มองๆ เอาไว้ก็คือ JVC GZ-MG135 ครับ เป็น HDD ขนาด 30GB ซึ่งราคาก็อยู่ในงบ หน้าตาก็เคยเห็นมาแล้ว เจ้ารุ่งเค้าก็ชอบ ข้อเสียของกล้อง jvc รุ่นนี้หนักๆ ยังไม่เห็นใครบ่นเท่าไหร่ครับ ยกเว้นเรื่องแบตเตอรี่อย่างเดียวซึ่งผมดูแล้วคิดว่าปัญหานี้โอเค ถ้ามันหายากหาเย็นจริงๆ ก็ทำมันเองซะเลย หนุ่มช่างไฟอยู่แล้น ไอ้เรื่องแบตระเบิดเรื่องเล็กกกกก ... เอิ้ก ๆๆๆๆ //ฮ่าฮ่าฮ่า ก็เลยตกลงปลงใจที่จะสอยรุ่นนี้แหละ ก็เห็นคนเค้าบ่นเรื่อง sanyo กันเยอะ แล้วสิ่งที่ jvc ให้มากกว่าก็คือมันได้ hdd ขนาด 30 กิ๊กครับ ส่วนซันโย ไม่ได้ให้อะไรมาเลย นอกจากตัวกล้องแล้วก็แบตฯ อีกอย่างคือ น้องเจ สามารถใช้ sd card ได้ด้วยนั่นทำให้ผมมีแหล่งเก็บข้อมูลสองชนิด หากอันใดอันหนึ่งบึ้มไป ผมก็ใช้อีกอันหนึ่งได้ .... น่าจะดีนิ ;)

เย็นวันเสาร์ก็เลยคิดว่าจะไปหาเจ้ากบ เพื่อนที่ราชบุรีด้วยครับ เพราะงั้น ตอนกลางวันก็เลยแวะไปที่เพาเวอร์บาย ไปสอยกล้องมาเลยดีกั่ว //แพลบๆ ไหนๆ ก็จะซื้ออยู่แล้ว ... จะช้าจะเร็วก็เสียตังค์อยู่ดี ฮิๆ ออกไปราวๆ บ่ายหน่อยๆ ล่ะครับ เดินดิ่วๆ ตรงไปที่เพาเวอร์บายเลยแหละ .... คริๆ ว่าแล้วก็ชี้เลย เหมือนเด็กซื้อของเล่นครับ ส่องแล้วก็สอยโลด คนขายจะโปรโมทรุ่นไหนเราไม่สน ;) ผลดีแห่งการทำการบ้านมาก่อนครับ อะคริๆ ลืมบอกไปครับ ราคาเงินสดกับเงินผ่อนราคาเท่ากัน (มีด้วยเรอะ?) ปกติผมซื้อของราคาเงินสดก็ถูกว่าเงินผ่อนครับ แต่อาจจะด้วยความที่ไม่ค่อย

ได้ซื้อของสักเท่าไหร่ก็เลยทำให้ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้เค้าไปถึงไหนกันแล้ว .... บ้านนอกเนอะ T_T ก็ในเมื่อของราคาเงินสดเท่ากับเงินผ่อน แล้วผมจะซื้อเงินสดไปทำซากอะไร ... เอิ้กๆๆ ก็สอยเงินผ่อนสิครับพี่น้อง ... เอิ้ก ๆๆๆ ... แต่ก่อนที่จะได้ของมาก็ต้องไปทำเรื่องอะไรของเค้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ... ต้องทำบัรตรเพาเวอร์บายซะก่อน (แล้วไมคนขายมันไม่บอกฟระ ว่าซิตี้แบงค์ก็ทำได้ //หยอกเย้า ) ไม่รู้อีกว่าซิตี้แบงค์มันผ่อนได้ ใช้ได้ไม๊ผมน่ะ ... //ฮ่าฮ่าฮ่า

โอเช ... ผ่อนก็ผ่อนวะ ก็จ่ายสดงดเชื่อ เบื่อไม่ต้องทวงมันไม่เอานี่หว่า ... ดีซะอีก //แพลบๆ ซื้อแล้วก็ลากไปราชบุรีเลยครับพี่น้องงงงง .... ลองให้หายเห่อเสียหน่อย ก็ให้เจ้ารุ่งมานใช้ล่ะครับ ลำพังแค่ผมคนเดียว เจ้า 20D ก็เล่นเอาคอแทบหักแล้ว นี่จะเพิ่มน้ำหนักไปทำซากอะไรอีก //หยอกเย้า ... สมใจอยากครับ สำหรับกล้องรุ่นนี้ แล้วเมื่อไหร่ผมเจอข้อเสียของมัน ผมจะเอามาเผาเพิ่มเติม เอิ้ก ๆๆๆ

วันนี้ online จาก True Shop @ Paragon ครับ ... มีธุระปะปังนิดหน่อย ก็เลยแรดมาอัพฯ บล๊อคแถวนี้ เดี๋ยวค่ำๆ ต้องแวะไปรับเจ้ารุ่งที่ รพ. ด้วย ... ไอ้ครั้นจะไปนั่งเล่นนอนเล่นเสียที่นั่นก็จะกลายเป็นข้อหา ชำเลืองรุ่นน้อง //หยอกเย้า ... เอิ้ก ๆๆ (พอดีว่าน้องเจ้ารุ่งที่เข้ามาใหม่เป็นดาวคณะพยาบาลครับ ใครเห็นป้าย หรือ ปฏิทินของ รพ. ที่เจ้ารุ่งทำงานแล้วมีน้องน่ารักๆ ยืนไหว้อยู่ที่หน้าปฏิทินนั่นแหละ เค้าล่ะ .... //ฮ่าฮ่าฮ่า )

เดี๋ยวขอตัวไปชำเลืองน้องก่อนครับ ....... กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!!!!!!!


  หายศีรษะครับ ... หายไปนานมากกกกกก ... เอิ้ก ๆๆๆ ... ตั้งแต่ กย. 49 ได้มั้งครับ ก็เข้ามาตลอดแหละ ถ่ายรูปตลอดเหมือนกัน เพียงแต่ว่าขี้เกียจเขียน blog อ่ะครับ รูปที่ถ่ายๆ มาอีกเป็นร้อยยังไม่ได้คัด ยังไม่ได้เลือกเลย ... มาคราวนี้ก็เลยเขียนซะหน่อยครับ เล็กๆ น้อยๆ พอให้เว็ปมันขยับเขยื้อน :P เคลื่อนตัวได้บ้าง ฮ่าๆๆ แล้วจะทยอยเอาภาพมาลงต่อไปครับ

ระยะนี้กำลังเล่นขาวดำอยู่นะครับ หากเห็นภาพขาวดำมากผิดปกติในช่วงนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจ หาอะไรใหม่ๆ เล่นบ้าง ;) ... ได้เรื่องหรือไม่ได้เรื่องอย่างไรก็บอกกล่าวกันได้ครับ จะเอามาปรับปรุงและพยายามให้มันเสียน้อยลง ยอมรับล่ะครับว่าภาพขาวดำนั้นทำง่าย แต่จะทำจะถ่ายให้มันได้อารมณ์ได้ความรู้สึกนั้นยากจริงๆ ก็คงต้องค่อยๆ ศึกษาหาความรู้กันไปครับ ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นเลิศ ขอแค่พอใช้ได้ก็ดีใจมากๆ แล้วครับ

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็วุ่นๆ หลายอย่าง ทั้งเรื่องลูกเรื่องเมีย เอ้ย ... เมียไม่เกี่ยว ก็เลี้ยงลูกน่ะครับ ไอ้เจ้านี่ก็นอนดึกซะจริงๆ พ่อจะทำการบ้าน เอ้ย ทำงานบ้างก็ไม่ได้ ( พิมพ์ผิดเรื่อยนะ ) รูปที่มีก็เลยไม่ได้ทำอะไรกะมันเลย เที่ยวไปก็หลายที่ ไม่ว่าจะเป็นงานพืชสวนโลก (ผมก็ไปมานะจะบอกให้) หรือว่าจะเป็นเพชรบุรี ราชบุรี บลา ๆๆๆๆ เยอะแยะครับ ไปหลายที่ แต่ว่าไม่ได้โมรูปเลยสักที่ แค่ที่ปางอุ๋งนี้ก็ยังเหลืออีกหลายสิบ (อย่านับที่มันใช้ได้นะครับ ถ้านับเอาแต่ที่ใช้ได้ มีไม่ถึงสิบ T_T ) ทำไงได้ล่ะครับ หุ่นไม่ให้แต่ใจมันรักนี่นา ;)



โบ๊ทรักทู๊กกกกกกกกกกกก โคนนนนนนนนนนนนนนนนน .... จุ๊กกรู้ววววววววววว ... เลียนแบบป้าเบิร์ดมั่งล่ะครับ เอิ้ก ๆ



Friends & Fun ทุกๆ ท่านครับ ;)


Blog EntryReturn Of The "Tong-Pah-Poom" ... Oct 25, '06 1:37 PM
for everyone
สวัสดีครับ ... วันนี้มาอัพบล๊อคแล้ว เพราะว่าเราไปเที่ยวมา (ฮา) ก็เลยมีวัตถุดิบที่จะเอามาแปะครับ  21-23 ต.ค. 49 ที่ผ่านมาก็ยกพลกันไปที่ อช. ทองผาภูมิ ครับ เคยไปกันมาแล้วตอนต้นปีแหละ  แต่ว่าคราวนี้กลับไปซ้ำเนื่องจากว่าเป็นความประทับใจที่ยังคงต่อเนื่องมาจากทริปคราวก่อน  ครั้งนี้ผมออกเดินทางช้าสักหน่อย  ไม่เหมือนครั้งก่อนที่ออกเช้า  อันเนื่องจากว่ามีผู้ร่วมทริปคนหนึ่งซึ่งมักจะโอ้เอ้และงอแงเป็นประจำ //ฮ่าฮ่าฮ่า ... ช่ายครับ ... เจ้าต้นน้ำคนเดิมนั่นแหละ ... กว่าจะลากกันมาอาบน้ำ  ลากกันขึ้นรถ ฯลฯ ออกแรงพอสมควรทีเดียวครับ T_T
 
ครั้งนี้รถผมก็มีผม  รุ่ง  เจ้าต้นน้ำ ไบรท์ และเจ้าพจน์ รวม 5 ชีวิต ก็วิ่งปุเลงๆ ออกจาก กทม. ไปเมืองกาญจน์  ถึงเอาตอนประมาณ 10 โมงได้มั้งครับ  แล้วก็ไปเจอกับน้าชินและน้าต้นที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง จำไม่ได้แล้วว่าชื่อร้านอะไร  ผมไม่ได้สั่งอะไรกินหรอก  เพราะว่าเช้าๆ ผมไม่กินอะไรนอกจากกาแฟแก้วเดียว (ไม่ดีๆ //หยอกเย้า) ออกจากร้านกาแฟคันผมก็ตรงไปยัง อช. เลย ส่วนน้าชินกับน้าต้นแวะตลาดทองผาภูมิ เพื่อซื้อเสบียงกรัง :) ... ผมไปถึงประมาณสี่โมงกว่าๆ ได้มั้ง จำไม่ค่อยได้แล้วล่ะ กางเต็นท์ขนของเสร็จก็ลากกล้องลากเลนส์กันมากดเจ้ารุ่งกับเจ้าต้นน้ำซะหน่อย  จุดชมวิวจุดนี้คราวที่แล้วไม่ได้มาถ่าย  เพราะมองไม่เห็น  แต่ผมไม่แน่ใจว่าเค้าสร้างหรือยังนะครับ   วิวดีมากๆ เลยล่ะ  โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตก  สวยจริงๆ มุมแสงได้เลย ;)
 
กดกันเล็กน้อยก็พอดีน้าชินมา  พอดีเริ่มมืดแสงน้อยก็เลยไปรวมพลกันที่จุดกางเต็นท์ เจ้าต้นน้ำงอแงนิดหน่อย  แต่โดยรวมแล้วก็โอเค ;) คืนนั้นก็อ้อนแม่เล็กน้อย  แต่เนื่องจากว่าอยู่ในป่า  เสียงมันก็ดังพอสมควร ก็เลยเปรี๊ยไปสองทีแบบเบาๆ เห็นผลเลยแฮะ ... เงียบสนิท  ส่วนมากที่ร้องก็จะอ้อนเสียเป็นส่วนใหญ่ เอาแต่ใจบ้างพอประมาณ  เพราะถ้าเอาแต่ใจมาก พ่อจะซัดเข้าห้าย 555 คืนนั้นก็นอนหลับฝันดี  อ้อๆ น้าชินกะพี่น้อยขนไวน์ไปด้วย  ตอนแรกตั้งใจว่าจะซัดเบียร์เสียหน่อย  ปรากฏว่าไม่มีใครหิ้วมา  ก็เลยซัดไวน์แทนซะ ... เอิ้ก ๆๆๆ ... อร่อยใช้ได้เลยนะ ;) หลังกจากซัดได้ที่พอกรึ่มๆ แล้วก็หนีไปนอน 555 อ้อๆ ... ห้องน้ำน้อยไปหน่อย ผมเลยอาบน้ำในห้องส้วมแทน  รองเอาจากก๊อกนั่นแหละ ... ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะ :P
 
ตอนเช้าน้าต้นส่งเสียงปลุก  ก็เลยลุกไปกดชอตช่วงเช้าซะหน่อย ... ได้มาเล็กน้อย ก็พยายามที่จะไม่ให้เหมือนกับทริปที่แล้ว  แต่ว่ามุมมันก็มีไม่มาก  อาจจะซ้ำเดิมบ้าง แต่ก็มีแตกต่างนิดหน่อย ;) เอาคนมาเป็นฉากหน้าซะเป็นส่วนมาก ... เพราะไม่อย่างนั้นภาพจะโล่งเกินไป  อะไรจะดีเท่าช่างภาพที่มาด้วยกันนี่แหละ ... เอาเป็นตัวถ่วงน้ำหนักภาพซะเลย ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ ... บาลานซ์เซอร์ .... กร๊ากกกกกกกกกกกก .... //ฮ่าฮ่าฮ่า
 
หลังจากที่ถ่ายภาพกันเรียบร้อยแล้วก็กลับมาจิบกาแฟที่เต็นท์ (เวลาสำคัญเลยนะนั่น //แพลบๆ) แล้วก็เตรียมเสบียงกรังเพื่อไปน้ำตกจ๊อกกระดิ่น ... ช่วงเที่ยงๆ ก็ออกเดินทางไปน้ำตกกัน  คราวนี้น้ำตกน้ำเยอะกว่าคราวที่แล้ว  ทำให้เล่นน้ำไม่ค่อยมันส์เลย  น้ำมันแรงน่ะ :) จะว่ายเข้าไปเล่นที่ใต้น้ำตกก็ไม่ไหว  เพราะน้ำมันกระแทกลอยตุ๊บป่องๆ ออกมาตลอด  แล้วก็เย็นมากด้วย  เลยทำให้เล่นน้ำไม่สนุกเหมือนครั้งที่แล้ว  รูปก็ไม่ค่อยได้ถ่าย เพราะละอองน้ำเยอะมากๆ ลอยมาจับหน้าเลนส์ตลอดเลยง่ะ T_T  ส่วนเจ้าลูกชายกะคุณแม่เค้าก็ไปเล่นน้ำอยู่แถวๆ ลำธารปลายน้ำตก  เห็นมันส์กันใหญ่  ไอ้เจ้าตัวเล็กไม่ได้เล่นน้ำแบบนี้มานานแล้ว  พอมาเจอแบบนี้เข้าก็เลยสติแตก ... เล่นน้ำเหมือนกินยาบ้ามาสิบเม็ด กร๊ากกกกกกกกก ดีที่ได้ไบรท์มาช่วยเล่นด้วย  ไม่งั้นสงสัยแม่มานจะเอาไม่อยู่  แรงเหลือจริงๆ ... เอิ้ก ๆๆๆ ... แต่เห็นแล้วก็มีความสุขดีนะ ... ;) เป็นชีวิตครอบครัวที่เรียบง่ายและมีความสุขดีพอประมาณ :)
 
อยู่ที่น้ำตกกันถึงเย็นๆ ก็ออกเดินทางกลับกัน  เย็นนี้ไม่ได้ทำอาหารกิน  แต่ไปฝากท้องที่ร้านอาหารของอุทยาน  ปลาทอดสุดยอกมาๆ คอนเฟิร์มๆ ;) ... ซัดกันพุงปลิ้น พอหม่ำกันเสร็จก็กลับเต็นท์ ... คืนนี้มีเบียร์เล็กน้อยยยยยย อ้อ ... ยังมีไวน์ที่เก็บเอาไว้จากคืนก่อนอีกขวด  เปิดมาซัดกัน  รสชาติโอเคเลย กินทั้งไวน์ทั้งเบียร์ เลยทำให้เราตาลายเร็วไปนิด .... ฮ่า ๆๆๆ คืนนี้เลยไม่ยาวเหยียดเท่าคืนก่อน ... สักพักพอเบียร์หมดป๋อง  หลายๆ คนเริ่มกึ่มๆ ก็แยกย้ายกันเข้านอน เราก็มุดเต็นท์นอน  ส่วนเจ้าตัวเล็กนั่นหลับไปนานแล้วเพราะว่าน้ำมูกยืด  ก็เลยกินยาลดน้ำมูก  หลับปุ๋ยไปตั้งแต่หัวค่ำแหละ :)
 
  ตื่นเช้ามาก็แบกขาตั้งออกไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนเคย ... คราวนี้กดเยอะกว่าเมื่อเช้าวาน เพราะว่าคนน้อยกว่า ทำให้เราหามุมได้มากกว่าเดิม  ก็กดมาบ้าง ... มีชอตพอใช้ได้อยู่นิดหน่อย ... แต่ไม่แน่ใจว่าย่อไปหรือยัง ... ก็กดกันไปเรื่อยแหละ  เลิกเอาราวแปดโมงกว่าๆได้มั้ง  จำไม่ค่อยได้แล้วเพราะว่ามันนานอ๊ะ พอแสงเริ่มแรงก็เลยกลับเต็นท์กัน  แม่ครัวก็ทำกับข้าวกันเหมือนเดิม  ส่วนเราก็แอบมุดเข้าเต็นท์ไปนอนต่อสักหน่อย  .... แฮ่ :)  พอกินอะไรกันเสร็จก็ราวๆ เกือบเที่ยงได้แหละ   หลังจากนั้นก็เก็บข้าวเก็บของกันเพื่อเตรียมตัวกลับ  ... ออกเดินทางกลับประมาณบ่ายๆ ได้ 
 
  ช่วงขากลับก็แวะข้างทางไปส่องพระอาทิตย์ตกที่ริมทะเลสาบเหนือเขื่อนเขาแหลม  ตอนแรกว่าจะกดแป๊บเดียว  แต่ว่าแสงมันสวย  ก็เลยอยู่กันถึง 2 ชม. ไม่น่าเชื่อวุ้ย  ความรู้สึกเหมือนมันแค่แป๊บเดียวอ๊ะ ... กว่าจะออกเดินทางกันอีกทีก็ปาเข้าไปหาโมงกว่าแล้ว  ไปถึงตัวเมืองกาญจน์ประมาณสองสามทุ่มเห็นจะได้ ... ก็ไปกินข้าวกันที่ร้านเดิม  แต่ว่าจำชื่อร้านไม่ได้แล้วว่าร้านชื่ออะไร ... เอิ้ก ๆๆๆๆ ... หม่ำข้าวเย็นกันเสร็จก็ออกเดินทางกลับ กทม. ถึงกรุงเทพฯ ราวห้าทุ่มได้มั้ง  แวะไปส่งไบรท์กับเจ้าพจน์ก่อนแล้วถึงเข้าบ้าน ...
 
 
 
เป็นทริปประทับใจอีกทริปหนึ่ง ;) ... กินอิ่มนอนหลับ  ได้เที่ยวได้ถ่ายรูป ... ;)
 
 

ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาครับ  ผมเองก็ไม่ได้อัพ blog เลยความขี้เกียจเป็นประเด็นหลัก  ส่วนประเด็นรองคือไม่ได้ออกไปถ่ายรูป ทำให้ไม่มีวัตถุดิบที่จะเอามาลงเว็ป ... เรื่องที่เกิดขึ้นในเดือนนี้หลักๆ ที่เป็นประเด็นหลักก็คือการเข้ายึดอำนาจของ คปค. (คณะปฏิรูปการปกครองเพื่อประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ในวันที่ 19 ก.ย. 49 การยึดอำนาจเป็นไปอย่างเรียบร้อย  ไม่มีกระสุนปืนแม้แต่นัดเดียว ... จริงๆ ผมก็อยากเขียนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการครั้งนี้เหมือนกัน  แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ผ่านแล้วผ่านไป ...
 
 
ส่วนการถ่ายรูป  ผมก็ไม่ได้ออกไปชมนิทรรศการรถถังหรอกครับ  เพราะว่าต้องอยู่กับเจ้าตัวเล็กแล้วก็ขี้เกียจไปอ๊ะ ... ไปก็ถ่ายรูปได้ลำบากเพราะต้องกะเตงลูกไปด้วย  แต่เจ้าประคุณก็เรียบร้อยซะเหลือเกิน (ยังกะแย้ //หยอกเย้า) ขืนเอาไปด้วยคงไม่ต้องถ่ายรูปกันหรอกครับ  คอยตะครุบให้ดีละกัน  เดี๋ยวรถทับแบนเป็นกล้วยปิ้ง //ฮ่าฮ่าฮ่า ...
 
แล้วก็เดือนนี้ก็ทำโปสการ์ดไปขายกะเค้าล่ะ :P พอจะมีเวลาว่างก็เลยหาอะไรทำที่มันได้ตังค์ซะมั่งหลังจากที่ทำแต่เรื่องเสียตังค์มาตลอด  ก็เลยมีความคิดว่าน่าจะลองทำโปสการ์ดทำมือขายเล่นๆ ดู ก็เลยลองทำแล้วเอาไปขาย  เออ ... ขายได้แฮะ ... ขายไปได้เกือบร้อยใบแล้ว  ก็ขายที่ทำงานแหละ  เค้าอาจจะซื้อเพราะเกรงใจมั้ง //ฮ่าฮ่าฮ่า ... แต่บางคนที่ไม่รู้จักเค้าก็ซื้อนะ  ดีใจเหมือนกันที่รูปเรามีคนชอบถึงขนาดยอมควักตังค์ซื้อ ... กร๊ากกกกกกกกกก ... ถ้ามันจะขี้เหร่บ้างก็คงไม่มากนัก //ฮ่าฮ่าฮ่า ... ก็ทำไปเรื่อยได้เจ้าชาติ (หนูน้อยห้อยเลนส์ L) ให้คำแนะนำในการทำ  รวมทั้งวัสดุในการทำ  ก็แต๊งกิ้วหลายๆ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยเลยนะ ;) แล้วจะไปขอคำปรึกษาอีก :P
 
ปลายเดือนก็ไปเที่ยวกับน้าชิน น้าต้น เจ้าพจน์ รุ่งและเจ้าต้นน้ำ รวมทั้งเพื่อนๆ น้าชินด้วย  ไปเจ็ดคดกัน  บรรยากาศดีมาก เสียแต่ว่าฝนตกเกือบทั้งวัน  แต่อักนัยหนึ่งมันก็ทำให้ป่าเขียวและชุ่มชื้นดี  ถ่ายรูปออกมาได้ความเขียวสะใจ :P นานๆ จะได้ควักเลนส์มาโครมากดกะเค้ามั่ง  งานนี้หลังเดาะเหมือนเคย //ฮ่าฮ่าฮ่า ... แต่ก็ด้ภาพพอดูได้ติดไม้ติดมือกลับมานิดหน่อย  บางรูปน่าจะเอาไปทำโปสการ์ดได้   เดี๋ยวเอาไป update กับที่ office ดีก่า ... ฮี่ ๆ
 
อ้อ ... วันอาทิตย์ที่ 1 ต.ค. 49 ก็เป็นวันเกิดนะ  แม่โทรมาตอนสายๆ มา HBD ตอนแรกก็งงๆ ว่าใครเกิด (เรื่องจริง //mad) เพราะว่าไม่เคยสนใจว่าจะเกิดวันไหน  จำไม่เคยได้เลย  จนบางครั้งมีคนมาอวยพรแหละถึงได้จำได้ ... 555 อาจเป็นเพราะเพิ่งตื่นด้วยป่าว  เลยยังมึนๆ ว่าใครเกิด กร๊ากกกกกกกกก ... ปีนี้ก็ไม่ต่างกับปีอื่น เพียงแต่ว่าปีนี้ไม่ได้อยู่บ้านเหมือนทุกๆ ปี หากแต่ไปเที่ยว ตจว. ได้บรรยากาศไปอีกแบบ  เจ็ดคดเดินทางไม่ไกลมาก ราว 170 กม. จากกรุงเทพฯ ถนนหนทางดี น่าเดินทางมั่กๆ ;) ทริปนี้ได้รูปติดไม้ติดมือมานิดหน่อย   เห็ดน้อยไปนิด  สงสัยว่าคงต้องไปโกรกอีดกมั้ง  หรือไม่ก็คงต้องไปช่วงกลางฝนมากกว่านี้  เพราะช่วงนี้มันปลายฝนแล้วอ๊ะ :)
 
 
 
แล้วก็หมดไปอีกหนึ่งเดือน .... เนอะ .... อ้อ ... เจ้าต้นน้ำก็โตขึ้นด้วย .... งอแงน้อยลง พูดรู้เรื่องมากขึ้นจม ... ดีเจงๆ ;)
 

สวัสดีและทักทายกันอีกแล้วครับ :)
 
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามีธุระจะต้องเดินทางไปราชบุรี  ไหนๆ จะไปแล้วก็จะไม่หิ้วอุปกรณ์คู่กายไปด้วยมันก็กระไรอยู่ใช่ป่ะ ? ... :)  ผมก็เลยลากสามร้อยดำพร้อมเลนส์ครบชุดไปถ่ายภาพตลาดน้ำดำเนินสะดวก  และก็เลยไปที่วัดขนอนหนังใหญ่ซะด้วยเลย :)
 
ผมออกเดินทางจาก กทม. ประมาณเจ็ดโมงเช้า ไปถึงตลาดน้ำประมาณสองโมงกว่าๆ ก็ขับแบบเรื่อยๆ ล่ะครับ เพราะว่าเอากันไปหมดทั้งบ้าน  เจ้าตัวเล็กก็ไปด้วย  ไปถึงก็ทางใครทางมันระหว่างแม่ลูกกับผม  เพราะว่าผมลากขาตั้งไปส่องสาวๆ ต่างชาติ  ส่วนคุณแม่ก็พาเจ้าต้นน้ำไปเดินเล่นดูโน่นดูนี่ (แต่คงไม่ดูฝรั่ง:) เนื่องจากไม่ใช่แนวของเจ้าหล่อน :P
 
ผมก็เดินกดไปเรื่อยๆ ครับ  เน้นบรรยากาศโดยรวม  แล้วก็เปลี่ยนเป็นขาวบางเจาะในบางชอต  แต่ส่วนใหญ่ครั้งนี้จะใช้ขาวบาง  ซึ่งปกติจะใช้น้อยกว่า 10-22 แน่ล่ะ ... ก็มันคนละแนวกันนี่ :) เวลาหยิบขาวบาง ผมก็จะมองมุมให้เป็นแบบเทเลครับ  และก็มองเพอร์สเปคทีฟแบบเลนส์เทเลด้วย  เพื่อจะคะเนว่าภาพที่จะถ่ายออกมามันจะเป็นลักษณะยังไง เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลายกเลนส์ขึ้นมาส่องตลอด :)
 
ด้วยลำคลองที่กว้างไม่มาก  ทำให้การใช้เลนส์ไวด์เก็บภาพเข้ามาเยอะ  ก็เลยต้องบีบมุมนิดหน่อยครับ  ค่อยๆ ย่องมาหาฉากหน้าข้างคลองด้านล่าง :) และเก็บมุมกว้างๆ เอาไว้บ้างเผื่อจะใช้ได้ในคราวหลังครับ  วันนี้ท้องฟ้าแจ่มมากทีเดียว  เมฆก็มีลวดลายน่าสนใจ  สดใสดีจริงๆ ครับสำหรับวันนี้ ;)
 
ผมก็ถ่ายภาพไปเรื่อยครับ  ส่วนมากแล้วจะเป็นขาวบางมากกว่าตัวอื่น  ใช้มันบีบมุมเพื่อเอาส่วนรกๆ ออกไปบ้าง  ไม่งั้นอะไรบ้างก็ไม่รู้  เข้ามาในเฟรมพรึมๆ ขนาดใช้เทเลแล้วยังหลบไม่ค่อยพ้นเลยครับ  ก็เลยต้องอาศัยการรอจังหวะเวลาให้เรือแล่นเข้ามาในตำแหน่งที่เราหมายตาไว้  ยังดีที่แดดไม่ร้อนมาก  ไม่งั้นสงสัยกลับ กทม. มาคงเกรียม (กว่าเดิม //ฮ่าฮ่าฮ่า)
 
พอถ่ายจนหายอยากแล้วก็หาอะไรหม่ำครับ  ซัดก๋วยเตี๋ยวส์ไปหนึ่งชามเล็กๆ แล้วก็จรลีออกเดินทางไปวัดขนอนต่อ  ไปถึงก็เห็นน้องช่างภาพอยู่สองคนกำลังหามุมกันอย่างเมามันส์  ส่วนผมก็นั่งลงที่ชานเรือนแล้วก็วางกระเป๋า จัดของใส่กระเป๋าคาดเอวให้เรียบร้อย เพราะจะได้ไม่ต้องคอยมาปลดเป้หยิบเลนส์หยิบแฟลชกันให้วุ่นวาย  พอเสร็จแล้วก็เดินหามุมล่ะครับทีนี้ ... มุขการหามุมของผมก็เดิมๆ คือเดินไปแต่ละตำแหน่งที่มันจะเดินไปได้  แล้วก็หันมองสามร้อยหกสิบองศาทั้งบนทั้งล่าง  แล้วก็พยายามมองว่าหากใช้เลนส์ตัวนั้นจะได้ภาพประมาณนี้  หากใช้เลนส์ตัวนี้จะได้ภาพประมาณนั้น ฯลฯ ใช้ทุกทีที่ถ่ายรูปเลย :)
 
เดินถ่ายภาพได้สัก ชม. นึงครับ  น้องสองคนนั่นกลับไปแล้ว  ส่วนผมยังง่วนอยู่ :) ครั้งนี้ช้าหน่อย เพราะว่าต้องการถ่ายภาพเอาคุณภาพด้วย ก็เลยตั้ง iso 100 จึงจำเป็นต้องใช้ขาตั้งตลอด หากถ่ายเอามันส์แล้วล่ะก็ iso 3200 โลด :P ... แล้วอีกอย่างนึงคือพระท่านจะเปิดไฟให้เราเดินดูกันครับ  มาคนเดียวท่านก็เปิด ผมก็เลยเขินๆ ที่จะถ่ายทั้งวัน :) เลยใช้เวลากับวัดขนอนประมาณหนึ่ง ชม. ก็เดินทางไปทำธุระที่ราชบุรีครับ ... ทำบุญค่าไฟไปเล็กน้อย ... นี่ถ้ามาทัน 10 โมงเช้าก็จะมีการแสดงหนังใหญ่ให้ชมด้วย  เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้มาตอนเช้าครับ  เพราะต้องไปตลาดน้ำดำเนินฯ แต่คราวหน้าคิดว่าจะตั้งใจไปที่วัดขนอนให้ทันสิบโมงเลย ;)
 
 
 
ว่าแต่ใครจะไปม่างงงงงงงงงงงงงง :)
 


สวัสดีครับ ... และแล้วก็ผ่านไปอีกหนึ่งทริป สำหรับทริปหนอนตะลอนทัวร์ครั้งที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว :) ... ขอบคุณน้าจุกสำหรับทริปดีๆ แบบนี้ครับ ผมก็ไปกะเค้าด้วยนะ แต่่ว่าต้องเอารถไปเองครับ เพราะว่าไปกับครอบครัว จะไปรถทัวร์ก็ลำบากนิดหน่อย เพราะงั้นจึงต้องเอารถไปเอง ไหนๆ ก็เอาไปแล้ว รถมีที่นั่งว่างหนึ่งที่ ก็เลยลากเจ้าก้องท้วมส์ไปด้วยซะเลย ก็ออกเดินทางจาก กท. ประมาณแปดโมงครึ่งล่ะครับ ผมออกช้าหน่อยเพราะว่าเจ้าตัวเล็กอิดออด กว่าจะเสร็จก็เสียเวลาไปพอดูเหมือนกัน

ออกจากบ้านก็ไปรับเจ้าท้วมส์ที่คอนโดฯ ประมาณแปดโมงกว่า จากนั้นก็ยิงยาวโลดครับ ขึ้นโทลเวย์ไปลงดอนเมืองแล้วก็วิ่งไปเรื่อยๆ จนถึงอยุธยา คนในทริปก็ล่วงหน้ากันไปหมดแล้ว ไปกันตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนพวกผมก็น๊องแนง ๆ ไปตามมีตามเกิด 55 ไปถึงแทนที่จะไปสบทบกับพรรคพวกที่วัดฯ ก็พอดีว่าท้องมันร้อง ยังไม่มีใครได้หม่ำข้าวเช้ากันมาก่อน ก็เลยแวะไปซัดข้าวหมูแดงกันซ้า ... อร่อยใช้ได้เลยครับ

พอหม่ำกันเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทางไปสบทบกับชุดใหญ่ล่ะครับ ก็ไปเจอกันที่วัดมหาธาตุครับ และก็เหมือนเดิม คือแทนที่ผมจะไปเดินถ่ายรูป ผมก็เดินโม้ เดินเม้าท์กับคนอื่นเค้าไปเรื่อย ฮ่า ๆ แบบว่าเวลาจะ่ถ่ายรูปผมถ่ากับคนเยอะๆ ชุดใหญ่ไม่ค่อยได้อ่ะครับ จริงๆ นะ เพราะพอเห็นเพื่อนเห็นพรรคพวกทีไร อดโม้ไม่ได้ //ฮ่าฮ่าฮ่า ...

ชุดใหญ่ก็ถ่ายรูปกันสักพักแหละครับ แล้วก็เดินทางไปหม่ำกุ้งกันที่ตลาดกลาง ฯ ส่วนชุดผมที่เอารถมากันเอง ก็ยังเดินถ่ายรูปอยู่ ที่วัดมหาธาตุต่อปาย สักพักใหญ่ๆ ก็ถึงได้ออกเดินทางจากวัดมหาธาตุไปวัดโลกยสุธา ซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของทริป

อีตอนจอดรถที่วัดโลกยสุธาก็มีเหตุเล็กน้อยครับ คือตอนที่ผมจะจอดรถ ก็มองๆ หาที่จอดว่าจะจอดตรงไหนดี ตาก็ไปเจอกับเหลี่ยมใต้ต้นไม้เข้า พอดีว่าตรงข้างๆ ตำแหน่งที่ผมมองเอาไว้มีรถจอดเอาไว้คันหนึ่ง แล้วเจ้าของรถกับเพื่อนๆ ก็กำลังขึ้นรถเพื่อจะกลับ ผมก็จอดรถอยู่ด้านข้างๆ พอเห็นขึ้นรถกันหมดผมก็รอสักพัก แต่ก็ไม่เห็นเค้าขยับรถนะ ก็เลยคิดว่าอาจจะช้า ผมก็เลยขับรถไปยังตำแหน่งที่ได้มองเอาไว้ในตอนแรก

ปรากฏว่าเหมือนใจเดียวกัน ตอนผมออกรถเพื่อที่จะไปจอด เค้าก็ถอยหลังพอดี ทีนี้ก็จ๊ะเอ๋กันสิครับ ผมเห็นแล้วตอนแรกกะว่าจะหยุดรถ แต่ว่าหากหยุดตอนนั้นล่ะก็โดนกลางคันพอดีแน่นอน ก็เลยตัดสินใจเหยียบคันเร่งให้รถวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ปรากฏว่ารอดครับ ... คือว่ารอดจากตรงกลางรถ แต่ดันไปโดนเข้าที่กันชน //ฮ่าฮ่าฮ่า ... ผมก็ไม่ได้ลงไปดูนะ เพราะรู้สักว่ามันสะกิดนิดเดียว ไม่ได้รุนแรงอะไร เจ้าของรถคันที่ถอยมาชนเห็นผมไม่ได้ลงไป เค้าก็เลยออกรถไป ผมลงไปดูก็เห็นมีรอยที่กันชนด้านข้างนิดหน่อย ไม่ได้ลึกหรือว่าเป็นร่อยรอยน่าเกลียดอะไร :) ค่าทำสีกันชนก็ประมาณสองพันกว่าบาท แล้วแต่ว่าหนักหนามาแค่ไหน //ฮ่าฮ่าฮ่า ... แต่ของผมก็มีรอบล่ะครับ ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปจิ้มเค้าหรอก มีแต่เค้ามาจิ้มทั้งนั้น จอดรถที่ห้างแหละตัวดีเลย ถ้าไม่ได้เข้าซองนะ เตรียมลุ้นได้เลย //ฮ่าฮ่าฮ่า ....

เอ้า ... หลังจากนั้นก็ลงมาถ่ายรูปครับ ที่วัดนี้เป็นวัดเดียวที่ผมถ่ายรูปในทริปหนอนครั้งนี้ ไม่รู้สิครับ ถึงได้บอกว่ามันตันๆ ยังไงไมู่้รู้ ... สงสัยต้องหาอะไรแคะหูมั่งแล้ว เผื่อจะได้มีไอเดียในการถ่ายรูปมากขึ้น เวลามองรูปของคนอื่นมันสวยทุกที แต่ทำไมเวลามองรูปตัวเอง มันไม่สวยสักที //ขี้แง ... มีไม่กี่ภาพที่จัดว่าโดนใจ .... อย่างที่วัดโลกฯ นี้ที่พอจะใช้ได้ก็มีแค่รูปข้างบนนั่นแหละครับ ผมกดมาสิบกว่าช็อตเองมั้ง ... พอแรงดลใจมันน้อย รูปมันก็เลยน้อยไปด้วย //ฮ่าฮ่าฮ่า ...

พอออกจากวัดโลกฯ ชุดใหญ่ก็เดินทางกลับ กทม. ครับ ส่วนชุดกระผมก็ไปหม่ำกุ้งกันต่อที่ตลาดกลางเหมือนเช่นที่เคยทำมาในอดีต //ฮ่าฮ่าฮ่า ... รถชาติยังอร่อยเหมือนเดิมครับ กินร้านเดิมนี่นา ... :) เจ้าต้นน้ำก็ดันหิวนมขึ้นมา แต่ว่าเอามาไม่พอ ก็เลยต้องหม่ำนมกล่องไปพลางๆ ก่อน แต่ก็กินได้นะ ไม่ได้งอแงอะไร ถ้าไปไหนมาไหนได้แบบนี้ อนาคตจะได้เอาไปแบกขาตั้งกล้องให้พ่อซะหน่อย :P

กลับบ้านโดนสวัสดิภาพประมาณ กี่ทุ่มหว่า จำไม่ได้ ... ก็แวะไปส่งเจ้าท้วมส์ที่คอนโด และปล่อยน้าชินจังลงที่พระรามเจ็ด .... จากนั้นก็จรลีกลับบ้านกันโลด ...

 

สนุกสนานกันอีกหนึ่งทริปครับ ;)



ไม่ได้ออกไปถ่ายรูปเลยครับ ... ทั้งเลี้ยงลูกทั้งทำงาน (ข้ออ้างป่าวฟระ //ฮ่าฮ่าฮ่า) แต่ที่แน่ๆ ก็ยังเปิดเว็ปทุกวันครับ ... ติดตามความคลื่อนไหวของเว็ปตลอด เพียงแต่ว่าอาจจะไม่มีเวลาเข้ามาอัพรูป หรือว่าแต่งรูปได้มากนัก อันเนื่องมาจากสาเหตุสำคัญคือไม่มีรูปจะเอามาแต่ง เพราะไม่ได้ออกไปถ่ายรูป ฮ่าๆๆๆ ปกติแล้ววันหยุดสามวันแบบนี้ จะต้องออก ตจว. แน่นอน แต่เมื่อเอาเจ้าตัวเล็กมาเลี้ยงเองแล้ว ก็คงไม่สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างที่ใจต้องการได้เหมือนเดิมแล้วล่ะ เอาไว้ใครมีลูกก็คงพอจะรู้อ่านะ //ฮ่าฮ่าฮ่า

เพราะฉะนั้นจึงต้องมาหากินกับรูปเก่าๆ ขุดรูปเดิมๆ เอามาโมเล่น หรือไม่ก็เอารูปที่เคยโมแล้วมาโมเล่นใหม่ เพราะจากการศึกษาหาความรู้จาก Book ,E-book ทั้งหลายแหล่ ก็ทำให้สามารถปรับปรุงภาพให้ได้อย่างที่ใจต้องการมากขึ้น ก็เคยมีความคิดของตัวเองว่า ตกลงเราเป็นคนถ่ายรูปหรือเป็นคนแต่งรูป ???

ผมให้คำตอบตัวเองได้แล้วว่า "ผมเป็นคนถ่ายรูป"

อ้าว ??? เป็นคนถ่ายรูปแล้วแต่งรูปทำไมฟระ //หยอกเย้า ... ก็คงต้องบอกว่าผม Reference ที่ฟิล์มครับ ผมแต่งรูปโดยเอาความรู้สึกของฟิล์มเป็นเป้าหมาย ส่วนมากจะขยับเรื่องสีกับคอนทราสต์ มักจะไม่ค่อยไปทางอื่น แน่ล่ะ ส่วนหนึ่งมาจากที่ใจไม่ชอบ และอีกส่วนมาจากที่ทำไม่เป็น :) เมื่อแต่งรูปก็จะนึกว่าหากรูปนี้เราใช้ฟิล์มถ่ายมันน่าจะออกมาประมาณไหน สีประมาณไหน คอนทราสต์ประมาณไหน ก็ปรับตามนั้นไปครับ อย่างเช่นต้องการเพิ่มคอนทราสต์ให้มากขึ้น ก็ copy layer แล้วปรับเป็นขาวดำ เลือก Blend Mode ตามต้องการ เลือกเอาว่าอยากได้แบบไหน ลองได้ไม่เสียตังค์ แล้วปรับ Curve กับ Opacity ก็เรียบร้อย ได้คอนทราสต์ตามต้องการ :) หรือหากต้องการลดคอนทราสต์ภายในภาพก็ใช้วิธี Contrast Mask ลองค้นดูใน google นะครับ มีให้เลือกอ่านพรึมๆ

ตอนแรกผมกะว่าจะเขียนเรื่องราวต่างๆ ลงใน Blog แต่ดูๆ แล้วผมเขียนในนี้ก่อนดีกว่า พอมีอะไรใหม่ก็ก๊อปข้อความที่พิมพ์นี้ไปใส่ไว้ใน Blog เพราะว่าในส่วนหัวของเว็ปนี้ก็อยากจะให้เพื่อนๆ น้าๆ ที่แวะเวียนเข้ามา ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ส่วน Blog ก็คงเอาไว้เก็บ "ความ" เก่า :)


ใส่รูปซะหน่อยน่าจะพอได้นะ ;P


วันที่ 2 ส.ค. 49 ที่ผ่านมา  มีภารกิจที่จะต้องไปตรวจสอบกระบวนการผลิด Zinc Coated Steel Wire ของ บ.ไทยไวร์โพรดัคท์  นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง  ที่ร่วมเข้าประมูลงานในครั้งนี้ของที่ทำงาน ก็ออกเดินทางกันประมาณแปดโมงเช้า  กว่าจะไปถึงก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้ว :) ก็เข้าไปฟังบรรยายสรุปที่ห้องประชุมของโรงงานแล้วจากนั้นก็เดินดูไลน์การผลิต
 
โดยรวมแล้วก็ถือว่าโอเค  กรบวนการทั่วๆ ไปก็คล้ายๆ กับโรงงานทำสายไฟฟ้า  แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยในส่วนของการชุบ Zinc และการรีดเหล็ก  เนื่องจากเหล็กมีความแข็งมากกว่าทองแดงทำให้เครื่องรีดสายจะต้องใช้หัวไดน์หลายๆ ขนาดและการลดขนาดแต่ละครั้งก็ต้องค่อยๆ ลดลง  จะมาลดทีละเยอะๆ เหมือนพวกทองแดงไม่ได้  ของสายไฟนั้นลดขนาดได้เร็วกว่าเพราะนิ่มกว่า ...
 
เดินดูไลน์ผลิตได้หมดแล้วก็ไปดูการทดสอบสายฯ ในห้อง lab ก็ดูเรื่องน้ำหนักต่อพื้นที่ของ zinc ที่ใช้ชุบ  ทดสอบ Elongation , Tensile Strength และ Wrapping Test
 
หลังจากออกจาก lab ก็ไปหม่ำข้าวกลางวัน  กว่าจะได้กินก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายโมง  อาหารทุกอย่างที่ส่งมานี่อร่อยทั้งหมด :P แป๊บเดียวก็ซัดกันเกลี้ยง เอิ้กๆ จำชื่อหาดกับชื่อร้านไม่ได้แล้วง่ะ ... พอหม่ำกันเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางกลับ กทม. พอดีมีทางผู้ใหญ่เค้ากลับไปที่เพลินจิต  ก็เลยลงที่เพลินจิตแล้วเดินไปเอา hdd ที่ส่งเคลมไว้ที่ Dcom แล้วไปหาเจ้ารุ่งที่ รพ. อีกรอบ :) วันนี้ให้เจ้ากามาเป็นเพื่อนเจ้าต้นน้ำ  เพราะว่ากว่าเราจะกลับมาถึงก็เย็นพอดี ตกลงวันนี้ก็กลับบ้านเวลาเดิม :)
 
 
ชีพจรลงเท้าเจงๆ :)
 
 
 

    ผมเอาข้อความนี้มาแปะ  เพราะว่าช่วงที่ผมดูแลเว็ปภายในหน่วยงานอยู่  ก็เขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อยแหละครับ  อาทิตย์นึงก็จะเขียนสักทีนึง  เล่าเรื่องราวที่ผมไปเจอมา  ไปเที่ยวบ้างดูหนังบ้าง ฯลฯ เรียกได้ว่ามั่วไปหมด 555 ก็เก็บเอาไว้ที่ Server ครับ  ทำเว็ปมาตั้งแต่ประมาณปลายๆ ปี 41 ก็ต๊อกแต๊กๆ มาเรื่อย  แปะโน่นปะนี่  สมัยนั้นเค้าก็ฮิตๆ เรื่องการทำ Webboard กับ Guest Book กัน  ผมก็มีกะเค้ามั่ง :)  แต่จะก๊อปโค้ดฟรีเอามาใช้ซะมากกว่าครับ   ก็ไม่ได้เรียนมาทางนี้นิ   แค่หาโค้ดแก้โค้ดเป็นผมก็พอใจแล้วล่ะ ;P
 
    ข้อความนี้อยู่ในช่วงที่ผมปรับเปลี่ยนเว็ปใหม่ครับ  จึงอยากจะให้มีอะไรๆ ที่มัน update บ้างนอกจากเรื่องงาน  ก็เลยเล่าเรื่องราวต่างๆ ไปเรื่อยเปื่อย  ทั้งเรื่องถ่ายภาพ  เรื่องภาวะเหตุการณ์ต่างๆ ของบ้านเรา  ก็สรรหามาเล่าไป :P แต่พอช่วงหลังๆ ก็เหมือนกับวัฎจักรของการทำเว็ปล่ะครับ  ก็คือมีภาระงานมากขึ้น  และก็หาอะไรมาอัพเดทไม่ค่อยจะได้  อีกทั้งเป็นเว็ปของหน่วยงาน ก็เลยทำอะไรมากไม่ค่อยได้ :P แต่ไม่เหมือนเว็ปนี้นะครับ  ไม่ต้องห่วง  เพราะผมคิดว่าจะเอาไว้เป็นเว็ปไดอารี่ของผมเลยล่ะ :) ไม่เจ๊งไม่เลิก เอิ้ก ๆๆๆ ยกเว้นว่ามีที่ใหม่ที่น่าเร้าใจกว่า  ก็อาจจะมีย้ายวิกครับ  แต่เท่าที่ใช้มา ก็รู้สึกพอใจกับ multiply มากๆ แล้วล่ะ  ยิ่งให้ premium กับผมด้วยนะ  
 
 
รักตายเลย :P
 
 
ปล. รูปประกอบนี่ก็ถ่ายเวลาใกล้ๆ เคียงๆ กันครับ ก็เลยลงเอาไว้ให้รู้สึกรำลึกความหลังได้บ้าง :P

--------------------------------------------------------------------
 

แวะมาอัพเดทวันอังคารครับ ... พอดีว่าเสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ไปกาญจนบุรี ช่วงนี้คงต้องเดินทางไปเมืองกาญจน์บ่อย และครั้งที่ผ่านมาก็ไปที่ อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ตำบลดอนเจดีย์ ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ ไปสักสิบกว่ากิโลเมตร
 
   ตอนแรกผมเองก็ยังงง ๆ ว่าทำไมต้องตั้งชื่อให้เหมือนกันกับที่ จังหวัดสุพรรณบุรีด้วย เขาก็บอกว่าที่จริงแล้ว การกระทำยุทธหัตถีระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชา นั้นเกิดขึ้นในบริเวณของ จังหวัดกาญจนบุรีไม่ใช่สุพรรณบุรี อย่างที่เข้าใจกันแต่เดิม ( อันนี้เท็จจริงไม่ทราบนะครับ ... ผมฟังเขามา ) แต่เมื่อขุดพบหลักฐานซึ่งเป็นโครงกระดูก และอาวุธยุทโธปกรณ์ จำนวนมากในบริเวณนี้ทำให้เป็นข้อยืนยันได้ว่าเป็นบริเวณนี้จริง ...
 
   เท็จจริงอย่างไร ... คงต้องปล่อยให้นักประวัติศาสตร์เขาชำระกันเองดีกว่าครับ ... ฟังคนโน้นทีคนนี้ที ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าที่ไหนกันแน่ที่เป็นบริเวณที่กระทำยุทธหัตถี .... แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ .... ระยะทางที่ไม่ห่างตากตัวเมืองกาญจน์มากนัก ( สิบกว่า กม. ) ทำให้เราสามารถแวะไปเที่ยวได้สบาย ๆ ครับ ...
 
   การถ่ายภาพนี้ผมใช้กล้องดิจิตอล Canon PowerShot A40 ขาประจำครับ .... หากเป็นการถ่ายภาพตามปกติแล้ว ... จะลดความน่าสนใจลงไปเยอะทีเดียว .... เพื่อที่จะเพิ่มความน่าสนใจของภาพ ผมจึงรอให้เย็นและถ่ายภาพในแบบเงาดำ ( Silhouette ) จึงได้ภาพอย่างที่เห็นครับ .... ภาพนี้ผมนำมาตกแต่งใน Photoshop อีกนิดหน่อย ตรงที่เป็นรูปคนนั่นแหละครับ..... ภาพในกระทู้ที่ผมเอาไปลงนั้นมีอยู่สองคน ... แต่ภาพนี้ผมลบออกซะ 1 คน .... ซึ่งผมมองว่าทำให้ภาพดูดีกว่าเดิม ......
 
   ส่วนคนที่เดินมาเข้าฉากนั้น ไม่ได้จัดฉากนะครับ .... แต่เป็นความบังเอิญที่เขาเดินเข้ามาพอดี .... ซึ่งก็เป็นผลดีกับภาพ เพราะทำให้ภาพมีเรื่องราวมากขึ้น และดูดีกว่าที่ไม่มีคน .... การถ่ายภาพอนุสาวรีย์ลักษณะนี้นั้น หากจะบอกว่ายากก็ยาก .... เพราะต้องเดินหาองค์ประกอบและถ่ายภาพออกมาให้ดูน่าสนใจ บางครั้งก็ต้องรอแสงรอจังหวะรอเวลาเหมือนกันครับ ..... ถึงจะได้ภาพที่ดีกว่าการถ่ายแบบตรงไปตรงมา ....
 
   จบดื้อ ๆ เลยดีกว่าครับ .... 8-)
 
4 มี.ค. 46 / 10.33 am
 

--------------------------------------------------------------------------------
 
++ 3 ก.พ. 46 ++
 
สวัสดีครับ .... หายไปเลยสองอาทิตย์ ... ความจริงผมกลับมาตั้งแต่วันพฤหัสฯ แล้วครับ .... แต่ว่าเว็ปจะอัพเดท ทุกๆ วันจันทร์ ก็เลยได้มาเจอกันในวันนี้ ... หลังจากไปเที่ยวเหนือมาหลายวัน ก็มีภาพและเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังเหมือนเดิมแหละครับ ....
 
   ครั้งนี้ผมเดินทางไปที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เพิ่งจะเคยไปเป็นครั้งแรกเลยครับ .... หลังจากที่เดินทางไปเที่ยวดอยอินทนนท์มาหลายครั้ง.... ด้วยความอยากเห็น "เหมยขาบ" หรือว่า "แม่คะนิ้ง" ที่เราคุ้นเคย .... ในภาคเหนือเขาจะเรียกว่าเหมยขาบครับ ... ส่วนทางภาพอีสานเขาจะเรียกว่าแม่คะนิ้ง .. เหมือน "ดอย" กับ "ภู" นั่นแหละครับ ...
 
   ตั้งแต่ผมเดินทางไปเที่ยวทางภาคเหนือมาก็หลาย ๆ ครั้ง แต่ไม่เคยเจอเหมยขาบเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครั้งนี้เจอแล้วครับ ... สมหวังซะที ... :) อุณหภูมิที่เจอก็หนาวเย็นกว่าทุกๆ ครั้งที่ผมเคยได้สัมผัส ... ครั้งนี้ติดลบ 1 องศาเซลเซียสทีเดียว ... เรียกได้ว่าหนาวเย็นกันสะใจไปเลย :) ที่อ่างขางสวยมาก ... แต่ว่าการการเดินทางไปนั่นก็ลำบากพอสมควร ... ผมขึ้นทางหมู่บ้านอรุโณทัย อำเภอไชยปราการครับ เป็น ซึ่งการเดินทางขึ้นดอยอ่างขางนั้น ขึ้นได้สองทาง .... เมื่อเราเดินทางมาจากเชียงใหม่ ... เราจะพบสามแยก ซึ่งถ้าตรงไปก็จะไปทางฝาง ... แต่ผมเลี้ยวซ้าย และขึ้นอ่างขางจากทางนั้น ... ถ้าตรงไปจะไปขึ้นทางอำเภอฝาง ... เห็นเพื่อนเขาบอกว่ามันจะลำบากกว่า ..... ก็เลยตัดสินใจไปทางอำเภอไชยปราการ .....
 
   การเดินทางก็เอารถไปเองครับ .... แต่ไม่ได้ขับเอง 8-) ไปกัน 5 คน ... ของเต็มหลังรถเลย ....เป็นรถมิตซูบิชิ GLXI 1500 CC. ครับ .... ตอนแรกก็กังวลว่ากำลังของเครื่องจะไม่พอ .... แต่จริง ๆ แล้วสบายครับ ... แต่ว่าต้องเกียร์ 1 เลย ... ทางไม่โหดแต่ว่าชันสุด ๆ .... ผมเห็นรถอยู่คันหนึ่ง วิ่งนำหน้าไปแล้วขึ้นเนินเขาไม่ไหว ... ต้องให้คนในรถลงเดินขึ้นแทน แถมต้องแบกเป้กันคนละใบสองใบด้วย ... ถนนบางช่วงก็ชิดริมเหวทีเดียวครับ ... แต่ถ้าหากเราขับช้าและระวังสักหน่อยก็ไม่มีปัญหา .... กว่าจะขึ้นไปถึงก็ลุ้นกันน่าดู ... บางช่วงนี่ผมยังหนาว ๆ ร้อน ๆ เลยว่ารถมันจะมีแรงหรือเปล่า .... มันชันมาก ( มีอยู่ 2 เนินที่เรียกได้ว่าลุ้นสุดๆ 8-) แต่แล้วก็ผ่านมาด้วยดี .... แล้วผมก็ไปกางเต็นท์กันที่ริมถนนในบริเวณที่จัดไว้ให้ ...
 
   ที่นับได้ว่าโหดในการเดินทางครั้งนี้ก็คงจะเป็นค่าเช่าเต็นท์แหละครับ .... เนื่องจากผมกลัวว่ารถจะต้องแบกน้ำหนักมากเกินไป และอาจจะขึ้นไม่ไหว ... จึงไม่ได้เอาเต็นท์มาเอง .... กะว่าจะมาเช่าที่ ที่ทำการ ... และเขาก็มีให้เช่าจริง ๆครับ ... แต่ว่าหลังละ 500 บาท ต่อคืน .... อู้ฮู ..... แพงกว่านอนที่โรงแรมในเชียงใหม่อีกนะเนี่ย ... 8-) ... แต่อย่างว่า ... ทำยังไงได้ล่ะครับ ... ก็ต้องเช่าอยู่ดีแหละ ... นานๆ ทีครับ ... ทำใจ ๆ ... คราวหน้าคงแบกไปเองแน่ ๆ ... อิๆ ... นอนค้างสองคืนนี่อ่วมแน่ ๆ 8-)
 
   วันนี้โม้ยาวเลยครับ .... เยอะไปก็ไม่ดี .... เดี๋ยวขี้เกียจอ่านกัน .... เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมทำรูปเสร็จแล้วจะเอามาให้ดูกันนะครับ ... คราวนี้ไม่ค่อยมีรูปสวยๆ เท่าไหร่ ... เนื่องจากว่าไปแค่คืนเดียว ... แล้วตอนแรกตั้งใจจะไปถ่ายภาพมาโครดอกไม้ที่โครงการหลวง ... แต่ว่าดอกไม้ส่วนใหญ่ก็อยู่ในแปลง ซึ่งบุกเข้าไปถ่ายไม่ได้ ... กางขาตั้งก็ยังลำบากเลยครับ .... เลยถ่ายมาได้ไม่ถึงครึ่งม้วนเลย .... เสียดายเหมือนกัน .... แต่ยังไงก็ยังมีที่พอจะดูได้อยู่อีกนิดหน่อยครับ .... แล้วผมจะเอามาลงให้ดูกันนะครับ .... 8-) ............
 

 
 

--------------------------------------------------------------------------------
 
++ 20 ม.ค. 46 ++
 
    สวัสดีครับ ... ทักทายกันด้วยคำนี้แทบทุกครั้งที่เปิดมาในวันจันทร์ ... หรือว่าจะใช้คำว่า Hello ดี ? ... 8-) ไม่ล่ะครับ .. ขอเป็นภาษาไทยดีกว่า ... อาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีความรู้สึกว่าจะเย็นขึ้นกว่าเดิมนะครับ ... ดี ๆ ชอบ 8-) เพราะผมชอบหน้าหนาวครับ ... นี่อาทิตย์หน้า ( วันเสาร์ - พฤหัส ฯ ) ผมก็จะลาพักผ่อนเดินทางไปเที่ยวที่แพร่ , และเชียงใหม่ครับ ... พอดีว่าไปถ่ายรูปงานรับปริญญาให้กับญาติด้วย .... ก็เลยแวะไปเที่ยวด้วยซะเลย .... 8-) แล้วจะเอาภาพมาลงให้ดูกันนะครับ .....
 
   ส่วนภาพที่เอามาลงนี่ ... เป็นหนึ่งในภาพที่ผมไปเที่ยวสังขละมาครับ .... ( ดูภาพได้จาก webboard ) เป็นภาพพระพุทธรูปประจำโรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี ... ตอนนั้นผมกำลังมอง ๆ หามุมถ่ายภาพอยู่ ... แล้วหันมาเห็นพอดี .. ประกอบกับตอนนั้นเป็นช่วงเย็น .. พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ทำให้แสงพาดมาที่องค์พระ ... เป็นจังหวะและโกาสที่ดีมาก ... และผมก็ไม่พลาดที่จะเก็บชอตนี้เอาไว้ในกล้อง Canon PowerShot A40 ที่พกติดตัวไปในคราวนี้ ...
 
   ปัจจุบันมีการใช้งานกล้องดิจิตอลกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในครอบครัว ... ว่ากันว่ากล้องดิจิตอลคอมแพคจะเข้ามาแทนกล้องคอมแพคฟิล์ม ด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินเอื้อม ... และต้นทุนในการถ่ายภาพที่ต่ำลง ... รวมทั้งราคาอัดภาพก็ถูกลงมากกว่าแต่ก่อน ... ทำให้ผู้ผลิตกล้อง และผู้ผลิตฟิล์มเดิม ... หันมาให้ความสนใจในการผลิตและพัฒนากล้องดิจิตอลกันมาก ... และเราก็คงจะเห็นราคาที่ต่ำลงในไม่ช้า ... น่ายินดีกับผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่าน ๆ นะครับ ... 8-)
 
   ผมเองชอบภ่ายภาพเป็นงานอดิเรก กล้องที่ผมใช้มีทั้งกล้องฟิล์มและกล้องดิจิตอล กล้องฟิล์มที่ผมใช้อยู่ก็คือ Canon EOS 50 เลนส์อีก 4 ตัวคือ Vivitar 19-35 , Canon EF 24-85 , Tamron 70-300 mm. macro 1:2 และ Tamron 90 mm. macro 1:1 , Flash Canon 380 EX ขาตั้งกล้อง และฟิลเตอร์ ฯลฯ อีกจิปาถะ ... ในความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ... การถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ยังคงเป็นเสน่ห์ มากกว่าการถ่ายด้วยดิจิตอล ก่อนที่เราจะถ่ายภาพแต่ละภาพต้องคิด ต้องมองหามุม และต้องพิถีพิถันอย่างยิ่งก่อนที่จะถ่าย ... แต่ในการใช้งานดิจิตอลของผมเองนั้น .. ถ่ายอย่างเดียวครับ .... แล้วก็มาดูว่าภาพที่ถ่ายมานั้นเราพอใจหรือไม่ ... ถ้าไม่พอใจก็ลบแล้วก็ถ่ายมาใหม่ .... สนุกครับ .. แต่ขาดอรรถรส ...... และผมก็ยังคงชอบกล้องฟิลมมากกว่าอยู่ดี .... เพราะว่าผมถ่ายภาพเพื่อการพักผ่อน .... แต่ดิจิตอลก็เป็นทางออกของผมเช่นกัน .. หากผมต้องการความรวดเร็ว ... ต้องการเอาภาพมาทำเว็ป .... เอาภาพมาดูกับเพื่อน ๆ และถ่ายเอามัน ... 8-)
 
   วันนี้บ่นอะไรมาให้ฟังเยอะเชียวครับ ... เพราะว่าผมจะไม่ได้ update ในวันจันทร์หน้านี้ .... เนื่องจากจะต้องเดินทางไปเชียงใหมอย่างที่ได้กล่าวไว้แล้ว .... ก็เลยต้องบ่นยาวหน่อยในวันนี้ ... การพิมพ์สัมผัสได้ก็ดีแบบนี้แหละครับ .... คิดอะไรก็่ถ่ายทอดลงบนแป้นพิมพ์ได้ดังใจ และรวเร็ว 8-) ผมคงติดตามการพัฒนาการของกล้องถ่ายภาพต่อไป เพราะว่ามันเป็นงานอดิเรกของผม ... และคงจะมีอะไรมาเล่าให้ฟังกันเรื่อย ๆ นะครับ
 
พบกันอีกทีวันจันทร์ที่ 3 ก.พ. 46 ครับ ........
 

--------------------------------------------------------------------------------
 
++ 13 ม.ค. 46 ++
 
   สวัสดีตอนเช้าครับ วันนี้ update สายไปหน่อย ... เมื่อสองวันที่ผ่านมาก็ไปเที่ยวสังขละฯ กับที่บ้าน น่าสนใจทีเดียวครับ ... อากาศไม่หนาวมากแค่เย็นๆ แต่ว่าหมอกลงจัดจริงๆ มองไปข้างหน้าสักสิบเมตรนี่ก็แทบไม่เห็นแล้วล่ะ ผมเดินทางตอนเช้าวันเสาร์ครับ ทางดีมากๆ ราดยางเรียบกริบตลอดเส้นทาง โค้งเยอะหน่อย เรียกได้ว่าพอได้เวียนหัวกันแหละครับ ไปที่ด่านเจดีย์สามองค์ก่อน แวะไปเดินดูตลาดทางด้านฝั่งพม่า นี่เป็นการเดินทางออกต่างประเทศครั้งแรกของผมเชียวนะ .... ฮ่าๆ
 
   แต่ว่าก็ว่าเถอะครับ ความรู้สึกมันไม่เหมือนกับเดินบนแผ่นดินไทยจริง ๆ นะ ราคาสินค้าบางอย่างก็สูงกว่าทางซีกฝั่งไทย แต่บางอย่างก็ถูกกว่า แต่ผมก็ไม่ได้ซื้ออะไรกลับมาหรอกนะครับ เพราะว่าขี้เกียจแบก :-) หลังจากออกจากเจดีย์สามองค์ก็มาที่วัดหลวงพ่ออุตมะ ท่านก็อยู่ที่วัดด้วย โดยปกติแล้วท่านจะติดนิมนต์ออกข้างนอก .... แต่ว่าช่วงนี้จำวัดอยู่ครับ เพื่อนผมไปช่วงปีใหม่ไม่เจอ ได้ด้าย 5 สีมาด้วย ..... อิๆ .... ออกจากวัดก็ไปเดินดูสะพานไม้ครับ ไปดูวิถีชีวิตของชาวบ้านแถวนั้น ...
 
   ดูๆ แล้วพวกเขาก็มีความสุขดีนะครับ ใช้ชีวิตอย่