ผมเอาข้อความนี้มาแปะ เพราะว่าช่วงที่ผมดูแลเว็ปภายในหน่วยงานอยู่ ก็เขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อยแหละครับ อาทิตย์นึงก็จะเขียนสักทีนึง เล่าเรื่องราวที่ผมไปเจอมา ไปเที่ยวบ้างดูหนังบ้าง ฯลฯ เรียกได้ว่ามั่วไปหมด 555 ก็เก็บเอาไว้ที่ Server ครับ ทำเว็ปมาตั้งแต่ประมาณปลายๆ ปี 41 ก็ต๊อกแต๊กๆ มาเรื่อย แปะโน่นปะนี่ สมัยนั้นเค้าก็ฮิตๆ เรื่องการทำ Webboard กับ Guest Book กัน ผมก็มีกะเค้ามั่ง :) แต่จะก๊อปโค้ดฟรีเอามาใช้ซะมากกว่าครับ ก็ไม่ได้เรียนมาทางนี้นิ แค่หาโค้ดแก้โค้ดเป็นผมก็พอใจแล้วล่ะ ;P
ข้อความนี้อยู่ในช่วงที่ผมปรับเปลี่ยนเว็ปใหม่ครับ จึงอยากจะให้มีอะไรๆ ที่มัน update บ้างนอกจากเรื่องงาน ก็เลยเล่าเรื่องราวต่างๆ ไปเรื่อยเปื่อย ทั้งเรื่องถ่ายภาพ เรื่องภาวะเหตุการณ์ต่างๆ ของบ้านเรา ก็สรรหามาเล่าไป :P แต่พอช่วงหลังๆ ก็เหมือนกับวัฎจักรของการทำเว็ปล่ะครับ ก็คือมีภาระงานมากขึ้น และก็หาอะไรมาอัพเดทไม่ค่อยจะได้ อีกทั้งเป็นเว็ปของหน่วยงาน ก็เลยทำอะไรมากไม่ค่อยได้ :P แต่ไม่เหมือนเว็ปนี้นะครับ ไม่ต้องห่วง เพราะผมคิดว่าจะเอาไว้เป็นเว็ปไดอารี่ของผมเลยล่ะ :) ไม่เจ๊งไม่เลิก เอิ้ก ๆๆๆ ยกเว้นว่ามีที่ใหม่ที่น่าเร้าใจกว่า ก็อาจจะมีย้ายวิกครับ แต่เท่าที่ใช้มา ก็รู้สึกพอใจกับ multiply มากๆ แล้วล่ะ ยิ่งให้ premium กับผมด้วยนะ
รักตายเลย :P
ปล. รูปประกอบนี่ก็ถ่ายเวลาใกล้ๆ เคียงๆ กันครับ ก็เลยลงเอาไว้ให้รู้สึกรำลึกความหลังได้บ้าง :P
--------------------------------------------------------------------
แวะมาอัพเดทวันอังคารครับ ... พอดีว่าเสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ไปกาญจนบุรี ช่วงนี้คงต้องเดินทางไปเมืองกาญจน์บ่อย และครั้งที่ผ่านมาก็ไปที่ อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ตำบลดอนเจดีย์ ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ ไปสักสิบกว่ากิโลเมตร
ตอนแรกผมเองก็ยังงง ๆ ว่าทำไมต้องตั้งชื่อให้เหมือนกันกับที่ จังหวัดสุพรรณบุรีด้วย เขาก็บอกว่าที่จริงแล้ว การกระทำยุทธหัตถีระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชา นั้นเกิดขึ้นในบริเวณของ จังหวัดกาญจนบุรีไม่ใช่สุพรรณบุรี อย่างที่เข้าใจกันแต่เดิม ( อันนี้เท็จจริงไม่ทราบนะครับ ... ผมฟังเขามา ) แต่เมื่อขุดพบหลักฐานซึ่งเป็นโครงกระดูก และอาวุธยุทโธปกรณ์ จำนวนมากในบริเวณนี้ทำให้เป็นข้อยืนยันได้ว่าเป็นบริเวณนี้จริง ...
เท็จจริงอย่างไร ... คงต้องปล่อยให้นักประวัติศาสตร์เขาชำระกันเองดีกว่าครับ ... ฟังคนโน้นทีคนนี้ที ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าที่ไหนกันแน่ที่เป็นบริเวณที่กระทำยุทธหัตถี .... แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ .... ระยะทางที่ไม่ห่างตากตัวเมืองกาญจน์มากนัก ( สิบกว่า กม. ) ทำให้เราสามารถแวะไปเที่ยวได้สบาย ๆ ครับ ...
การถ่ายภาพนี้ผมใช้กล้องดิจิตอล Canon PowerShot A40 ขาประจำครับ .... หากเป็นการถ่ายภาพตามปกติแล้ว ... จะลดความน่าสนใจลงไปเยอะทีเดียว .... เพื่อที่จะเพิ่มความน่าสนใจของภาพ ผมจึงรอให้เย็นและถ่ายภาพในแบบเงาดำ ( Silhouette ) จึงได้ภาพอย่างที่เห็นครับ .... ภาพนี้ผมนำมาตกแต่งใน Photoshop อีกนิดหน่อย ตรงที่เป็นรูปคนนั่นแหละครับ..... ภาพในกระทู้ที่ผมเอาไปลงนั้นมีอยู่สองคน ... แต่ภาพนี้ผมลบออกซะ 1 คน .... ซึ่งผมมองว่าทำให้ภาพดูดีกว่าเดิม ......
ส่วนคนที่เดินมาเข้าฉากนั้น ไม่ได้จัดฉากนะครับ .... แต่เป็นความบังเอิญที่เขาเดินเข้ามาพอดี .... ซึ่งก็เป็นผลดีกับภาพ เพราะทำให้ภาพมีเรื่องราวมากขึ้น และดูดีกว่าที่ไม่มีคน .... การถ่ายภาพอนุสาวรีย์ลักษณะนี้นั้น หากจะบอกว่ายากก็ยาก .... เพราะต้องเดินหาองค์ประกอบและถ่ายภาพออกมาให้ดูน่าสนใจ บางครั้งก็ต้องรอแสงรอจังหวะรอเวลาเหมือนกันครับ ..... ถึงจะได้ภาพที่ดีกว่าการถ่ายแบบตรงไปตรงมา ....
จบดื้อ ๆ เลยดีกว่าครับ .... 8-)
4 มี.ค. 46 / 10.33 am
--------------------------------------------------------------------------------
++ 3 ก.พ. 46 ++
สวัสดีครับ .... หายไปเลยสองอาทิตย์ ... ความจริงผมกลับมาตั้งแต่วันพฤหัสฯ แล้วครับ .... แต่ว่าเว็ปจะอัพเดท ทุกๆ วันจันทร์ ก็เลยได้มาเจอกันในวันนี้ ... หลังจากไปเที่ยวเหนือมาหลายวัน ก็มีภาพและเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังเหมือนเดิมแหละครับ ....
ครั้งนี้ผมเดินทางไปที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เพิ่งจะเคยไปเป็นครั้งแรกเลยครับ .... หลังจากที่เดินทางไปเที่ยวดอยอินทนนท์มาหลายครั้ง.... ด้วยความอยากเห็น "เหมยขาบ" หรือว่า "แม่คะนิ้ง" ที่เราคุ้นเคย .... ในภาคเหนือเขาจะเรียกว่าเหมยขาบครับ ... ส่วนทางภาพอีสานเขาจะเรียกว่าแม่คะนิ้ง .. เหมือน "ดอย" กับ "ภู" นั่นแหละครับ ...
ตั้งแต่ผมเดินทางไปเที่ยวทางภาคเหนือมาก็หลาย ๆ ครั้ง แต่ไม่เคยเจอเหมยขาบเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครั้งนี้เจอแล้วครับ ... สมหวังซะที ... :) อุณหภูมิที่เจอก็หนาวเย็นกว่าทุกๆ ครั้งที่ผมเคยได้สัมผัส ... ครั้งนี้ติดลบ 1 องศาเซลเซียสทีเดียว ... เรียกได้ว่าหนาวเย็นกันสะใจไปเลย :) ที่อ่างขางสวยมาก ... แต่ว่าการการเดินทางไปนั่นก็ลำบากพอสมควร ... ผมขึ้นทางหมู่บ้านอรุโณทัย อำเภอไชยปราการครับ เป็น ซึ่งการเดินทางขึ้นดอยอ่างขางนั้น ขึ้นได้สองทาง .... เมื่อเราเดินทางมาจากเชียงใหม่ ... เราจะพบสามแยก ซึ่งถ้าตรงไปก็จะไปทางฝาง ... แต่ผมเลี้ยวซ้าย และขึ้นอ่างขางจากทางนั้น ... ถ้าตรงไปจะไปขึ้นทางอำเภอฝาง ... เห็นเพื่อนเขาบอกว่ามันจะลำบากกว่า ..... ก็เลยตัดสินใจไปทางอำเภอไชยปราการ .....
การเดินทางก็เอารถไปเองครับ .... แต่ไม่ได้ขับเอง 8-) ไปกัน 5 คน ... ของเต็มหลังรถเลย ....เป็นรถมิตซูบิชิ GLXI 1500 CC. ครับ .... ตอนแรกก็กังวลว่ากำลังของเครื่องจะไม่พอ .... แต่จริง ๆ แล้วสบายครับ ... แต่ว่าต้องเกียร์ 1 เลย ... ทางไม่โหดแต่ว่าชันสุด ๆ .... ผมเห็นรถอยู่คันหนึ่ง วิ่งนำหน้าไปแล้วขึ้นเนินเขาไม่ไหว ... ต้องให้คนในรถลงเดินขึ้นแทน แถมต้องแบกเป้กันคนละใบสองใบด้วย ... ถนนบางช่วงก็ชิดริมเหวทีเดียวครับ ... แต่ถ้าหากเราขับช้าและระวังสักหน่อยก็ไม่มีปัญหา .... กว่าจะขึ้นไปถึงก็ลุ้นกันน่าดู ... บางช่วงนี่ผมยังหนาว ๆ ร้อน ๆ เลยว่ารถมันจะมีแรงหรือเปล่า .... มันชันมาก ( มีอยู่ 2 เนินที่เรียกได้ว่าลุ้นสุดๆ 8-) แต่แล้วก็ผ่านมาด้วยดี .... แล้วผมก็ไปกางเต็นท์กันที่ริมถนนในบริเวณที่จัดไว้ให้ ...
ที่นับได้ว่าโหดในการเดินทางครั้งนี้ก็คงจะเป็นค่าเช่าเต็นท์แหละครับ .... เนื่องจากผมกลัวว่ารถจะต้องแบกน้ำหนักมากเกินไป และอาจจะขึ้นไม่ไหว ... จึงไม่ได้เอาเต็นท์มาเอง .... กะว่าจะมาเช่าที่ ที่ทำการ ... และเขาก็มีให้เช่าจริง ๆครับ ... แต่ว่าหลังละ 500 บาท ต่อคืน .... อู้ฮู ..... แพงกว่านอนที่โรงแรมในเชียงใหม่อีกนะเนี่ย ... 8-) ... แต่อย่างว่า ... ทำยังไงได้ล่ะครับ ... ก็ต้องเช่าอยู่ดีแหละ ... นานๆ ทีครับ ... ทำใจ ๆ ... คราวหน้าคงแบกไปเองแน่ ๆ ... อิๆ ... นอนค้างสองคืนนี่อ่วมแน่ ๆ 8-)
วันนี้โม้ยาวเลยครับ .... เยอะไปก็ไม่ดี .... เดี๋ยวขี้เกียจอ่านกัน .... เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมทำรูปเสร็จแล้วจะเอามาให้ดูกันนะครับ ... คราวนี้ไม่ค่อยมีรูปสวยๆ เท่าไหร่ ... เนื่องจากว่าไปแค่คืนเดียว ... แล้วตอนแรกตั้งใจจะไปถ่ายภาพมาโครดอกไม้ที่โครงการหลวง ... แต่ว่าดอกไม้ส่วนใหญ่ก็อยู่ในแปลง ซึ่งบุกเข้าไปถ่ายไม่ได้ ... กางขาตั้งก็ยังลำบากเลยครับ .... เลยถ่ายมาได้ไม่ถึงครึ่งม้วนเลย .... เสียดายเหมือนกัน .... แต่ยังไงก็ยังมีที่พอจะดูได้อยู่อีกนิดหน่อยครับ .... แล้วผมจะเอามาลงให้ดูกันนะครับ .... 8-) ............
--------------------------------------------------------------------------------
++ 20 ม.ค. 46 ++
สวัสดีครับ ... ทักทายกันด้วยคำนี้แทบทุกครั้งที่เปิดมาในวันจันทร์ ... หรือว่าจะใช้คำว่า Hello ดี ? ... 8-) ไม่ล่ะครับ .. ขอเป็นภาษาไทยดีกว่า ... อาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีความรู้สึกว่าจะเย็นขึ้นกว่าเดิมนะครับ ... ดี ๆ ชอบ 8-) เพราะผมชอบหน้าหนาวครับ ... นี่อาทิตย์หน้า ( วันเสาร์ - พฤหัส ฯ ) ผมก็จะลาพักผ่อนเดินทางไปเที่ยวที่แพร่ , และเชียงใหม่ครับ ... พอดีว่าไปถ่ายรูปงานรับปริญญาให้กับญาติด้วย .... ก็เลยแวะไปเที่ยวด้วยซะเลย .... 8-) แล้วจะเอาภาพมาลงให้ดูกันนะครับ .....
ส่วนภาพที่เอามาลงนี่ ... เป็นหนึ่งในภาพที่ผมไปเที่ยวสังขละมาครับ .... ( ดูภาพได้จาก webboard ) เป็นภาพพระพุทธรูปประจำโรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี ... ตอนนั้นผมกำลังมอง ๆ หามุมถ่ายภาพอยู่ ... แล้วหันมาเห็นพอดี .. ประกอบกับตอนนั้นเป็นช่วงเย็น .. พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ทำให้แสงพาดมาที่องค์พระ ... เป็นจังหวะและโกาสที่ดีมาก ... และผมก็ไม่พลาดที่จะเก็บชอตนี้เอาไว้ในกล้อง Canon PowerShot A40 ที่พกติดตัวไปในคราวนี้ ...
ปัจจุบันมีการใช้งานกล้องดิจิตอลกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในครอบครัว ... ว่ากันว่ากล้องดิจิตอลคอมแพคจะเข้ามาแทนกล้องคอมแพคฟิล์ม ด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินเอื้อม ... และต้นทุนในการถ่ายภาพที่ต่ำลง ... รวมทั้งราคาอัดภาพก็ถูกลงมากกว่าแต่ก่อน ... ทำให้ผู้ผลิตกล้อง และผู้ผลิตฟิล์มเดิม ... หันมาให้ความสนใจในการผลิตและพัฒนากล้องดิจิตอลกันมาก ... และเราก็คงจะเห็นราคาที่ต่ำลงในไม่ช้า ... น่ายินดีกับผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่าน ๆ นะครับ ... 8-)
ผมเองชอบภ่ายภาพเป็นงานอดิเรก กล้องที่ผมใช้มีทั้งกล้องฟิล์มและกล้องดิจิตอล กล้องฟิล์มที่ผมใช้อยู่ก็คือ Canon EOS 50 เลนส์อีก 4 ตัวคือ Vivitar 19-35 , Canon EF 24-85 , Tamron 70-300 mm. macro 1:2 และ Tamron 90 mm. macro 1:1 , Flash Canon 380 EX ขาตั้งกล้อง และฟิลเตอร์ ฯลฯ อีกจิปาถะ ... ในความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ... การถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ยังคงเป็นเสน่ห์ มากกว่าการถ่ายด้วยดิจิตอล ก่อนที่เราจะถ่ายภาพแต่ละภาพต้องคิด ต้องมองหามุม และต้องพิถีพิถันอย่างยิ่งก่อนที่จะถ่าย ... แต่ในการใช้งานดิจิตอลของผมเองนั้น .. ถ่ายอย่างเดียวครับ .... แล้วก็มาดูว่าภาพที่ถ่ายมานั้นเราพอใจหรือไม่ ... ถ้าไม่พอใจก็ลบแล้วก็ถ่ายมาใหม่ .... สนุกครับ .. แต่ขาดอรรถรส ...... และผมก็ยังคงชอบกล้องฟิลมมากกว่าอยู่ดี .... เพราะว่าผมถ่ายภาพเพื่อการพักผ่อน .... แต่ดิจิตอลก็เป็นทางออกของผมเช่นกัน .. หากผมต้องการความรวดเร็ว ... ต้องการเอาภาพมาทำเว็ป .... เอาภาพมาดูกับเพื่อน ๆ และถ่ายเอามัน ... 8-)
วันนี้บ่นอะไรมาให้ฟังเยอะเชียวครับ ... เพราะว่าผมจะไม่ได้ update ในวันจันทร์หน้านี้ .... เนื่องจากจะต้องเดินทางไปเชียงใหมอย่างที่ได้กล่าวไว้แล้ว .... ก็เลยต้องบ่นยาวหน่อยในวันนี้ ... การพิมพ์สัมผัสได้ก็ดีแบบนี้แหละครับ .... คิดอะไรก็่ถ่ายทอดลงบนแป้นพิมพ์ได้ดังใจ และรวเร็ว 8-) ผมคงติดตามการพัฒนาการของกล้องถ่ายภาพต่อไป เพราะว่ามันเป็นงานอดิเรกของผม ... และคงจะมีอะไรมาเล่าให้ฟังกันเรื่อย ๆ นะครับ
พบกันอีกทีวันจันทร์ที่ 3 ก.พ. 46 ครับ ........
--------------------------------------------------------------------------------
++ 13 ม.ค. 46 ++
สวัสดีตอนเช้าครับ วันนี้ update สายไปหน่อย ... เมื่อสองวันที่ผ่านมาก็ไปเที่ยวสังขละฯ กับที่บ้าน น่าสนใจทีเดียวครับ ... อากาศไม่หนาวมากแค่เย็นๆ แต่ว่าหมอกลงจัดจริงๆ มองไปข้างหน้าสักสิบเมตรนี่ก็แทบไม่เห็นแล้วล่ะ ผมเดินทางตอนเช้าวันเสาร์ครับ ทางดีมากๆ ราดยางเรียบกริบตลอดเส้นทาง โค้งเยอะหน่อย เรียกได้ว่าพอได้เวียนหัวกันแหละครับ ไปที่ด่านเจดีย์สามองค์ก่อน แวะไปเดินดูตลาดทางด้านฝั่งพม่า นี่เป็นการเดินทางออกต่างประเทศครั้งแรกของผมเชียวนะ .... ฮ่าๆ
แต่ว่าก็ว่าเถอะครับ ความรู้สึกมันไม่เหมือนกับเดินบนแผ่นดินไทยจริง ๆ นะ ราคาสินค้าบางอย่างก็สูงกว่าทางซีกฝั่งไทย แต่บางอย่างก็ถูกกว่า แต่ผมก็ไม่ได้ซื้ออะไรกลับมาหรอกนะครับ เพราะว่าขี้เกียจแบก :-) หลังจากออกจากเจดีย์สามองค์ก็มาที่วัดหลวงพ่ออุตมะ ท่านก็อยู่ที่วัดด้วย โดยปกติแล้วท่านจะติดนิมนต์ออกข้างนอก .... แต่ว่าช่วงนี้จำวัดอยู่ครับ เพื่อนผมไปช่วงปีใหม่ไม่เจอ ได้ด้าย 5 สีมาด้วย ..... อิๆ .... ออกจากวัดก็ไปเดินดูสะพานไม้ครับ ไปดูวิถีชีวิตของชาวบ้านแถวนั้น ...
ดูๆ แล้วพวกเขาก็มีความสุขดีนะครับ ใช้ชีวิตอย่