ผมเอาข้อความนี้มาแปะ เพราะว่าช่วงที่ผมดูแลเว็ปภายในหน่วยงานอยู่ ก็เขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อยแหละครับ อาทิตย์นึงก็จะเขียนสักทีนึง เล่าเรื่องราวที่ผมไปเจอมา ไปเที่ยวบ้างดูหนังบ้าง ฯลฯ เรียกได้ว่ามั่วไปหมด 555 ก็เก็บเอาไว้ที่ Server ครับ ทำเว็ปมาตั้งแต่ประมาณปลายๆ ปี 41 ก็ต๊อกแต๊กๆ มาเรื่อย แปะโน่นปะนี่ สมัยนั้นเค้าก็ฮิตๆ เรื่องการทำ Webboard กับ Guest Book กัน ผมก็มีกะเค้ามั่ง :) แต่จะก๊อปโค้ดฟรีเอามาใช้ซะมากกว่าครับ ก็ไม่ได้เรียนมาทางนี้นิ แค่หาโค้ดแก้โค้ดเป็นผมก็พอใจแล้วล่ะ ;P
ข้อความนี้อยู่ในช่วงที่ผมปรับเปลี่ยนเว็ปใหม่ครับ จึงอยากจะให้มีอะไรๆ ที่มัน update บ้างนอกจากเรื่องงาน ก็เลยเล่าเรื่องราวต่างๆ ไปเรื่อยเปื่อย ทั้งเรื่องถ่ายภาพ เรื่องภาวะเหตุการณ์ต่างๆ ของบ้านเรา ก็สรรหามาเล่าไป :P แต่พอช่วงหลังๆ ก็เหมือนกับวัฎจักรของการทำเว็ปล่ะครับ ก็คือมีภาระงานมากขึ้น และก็หาอะไรมาอัพเดทไม่ค่อยจะได้ อีกทั้งเป็นเว็ปของหน่วยงาน ก็เลยทำอะไรมากไม่ค่อยได้ :P แต่ไม่เหมือนเว็ปนี้นะครับ ไม่ต้องห่วง เพราะผมคิดว่าจะเอาไว้เป็นเว็ปไดอารี่ของผมเลยล่ะ :) ไม่เจ๊งไม่เลิก เอิ้ก ๆๆๆ ยกเว้นว่ามีที่ใหม่ที่น่าเร้าใจกว่า ก็อาจจะมีย้ายวิกครับ แต่เท่าที่ใช้มา ก็รู้สึกพอใจกับ multiply มากๆ แล้วล่ะ ยิ่งให้ premium กับผมด้วยนะ
รักตายเลย :P
ปล. รูปประกอบนี่ก็ถ่ายเวลาใกล้ๆ เคียงๆ กันครับ ก็เลยลงเอาไว้ให้รู้สึกรำลึกความหลังได้บ้าง :P
--------------------------------------------------------------------
แวะมาอัพเดทวันอังคารครับ ... พอดีว่าเสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ไปกาญจนบุรี ช่วงนี้คงต้องเดินทางไปเมืองกาญจน์บ่อย และครั้งที่ผ่านมาก็ไปที่ อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ตำบลดอนเจดีย์ ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ ไปสักสิบกว่ากิโลเมตร
ตอนแรกผมเองก็ยังงง ๆ ว่าทำไมต้องตั้งชื่อให้เหมือนกันกับที่ จังหวัดสุพรรณบุรีด้วย เขาก็บอกว่าที่จริงแล้ว การกระทำยุทธหัตถีระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชา นั้นเกิดขึ้นในบริเวณของ จังหวัดกาญจนบุรีไม่ใช่สุพรรณบุรี อย่างที่เข้าใจกันแต่เดิม ( อันนี้เท็จจริงไม่ทราบนะครับ ... ผมฟังเขามา ) แต่เมื่อขุดพบหลักฐานซึ่งเป็นโครงกระดูก และอาวุธยุทโธปกรณ์ จำนวนมากในบริเวณนี้ทำให้เป็นข้อยืนยันได้ว่าเป็นบริเวณนี้จริง ...
เท็จจริงอย่างไร ... คงต้องปล่อยให้นักประวัติศาสตร์เขาชำระกันเองดีกว่าครับ ... ฟังคนโน้นทีคนนี้ที ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าที่ไหนกันแน่ที่เป็นบริเวณที่กระทำยุทธหัตถี .... แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ .... ระยะทางที่ไม่ห่างตากตัวเมืองกาญจน์มากนัก ( สิบกว่า กม. ) ทำให้เราสามารถแวะไปเที่ยวได้สบาย ๆ ครับ ...
การถ่ายภาพนี้ผมใช้กล้องดิจิตอล Canon PowerShot A40 ขาประจำครับ .... หากเป็นการถ่ายภาพตามปกติแล้ว ... จะลดความน่าสนใจลงไปเยอะทีเดียว .... เพื่อที่จะเพิ่มความน่าสนใจของภาพ ผมจึงรอให้เย็นและถ่ายภาพในแบบเงาดำ ( Silhouette ) จึงได้ภาพอย่างที่เห็นครับ .... ภาพนี้ผมนำมาตกแต่งใน Photoshop อีกนิดหน่อย ตรงที่เป็นรูปคนนั่นแหละครับ..... ภาพในกระทู้ที่ผมเอาไปลงนั้นมีอยู่สองคน ... แต่ภาพนี้ผมลบออกซะ 1 คน .... ซึ่งผมมองว่าทำให้ภาพดูดีกว่าเดิม ......
ส่วนคนที่เดินมาเข้าฉากนั้น ไม่ได้จัดฉากนะครับ .... แต่เป็นความบังเอิญที่เขาเดินเข้ามาพอดี .... ซึ่งก็เป็นผลดีกับภาพ เพราะทำให้ภาพมีเรื่องราวมากขึ้น และดูดีกว่าที่ไม่มีคน .... การถ่ายภาพอนุสาวรีย์ลักษณะนี้นั้น หากจะบอกว่ายากก็ยาก .... เพราะต้องเดินหาองค์ประกอบและถ่ายภาพออกมาให้ดูน่าสนใจ บางครั้งก็ต้องรอแสงรอจังหวะรอเวลาเหมือนกันครับ ..... ถึงจะได้ภาพที่ดีกว่าการถ่ายแบบตรงไปตรงมา ....
จบดื้อ ๆ เลยดีกว่าครับ .... 8-)
4 มี.ค. 46 / 10.33 am
--------------------------------------------------------------------------------
++ 3 ก.พ. 46 ++
สวัสดีครับ .... หายไปเลยสองอาทิตย์ ... ความจริงผมกลับมาตั้งแต่วันพฤหัสฯ แล้วครับ .... แต่ว่าเว็ปจะอัพเดท ทุกๆ วันจันทร์ ก็เลยได้มาเจอกันในวันนี้ ... หลังจากไปเที่ยวเหนือมาหลายวัน ก็มีภาพและเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังเหมือนเดิมแหละครับ ....
ครั้งนี้ผมเดินทางไปที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เพิ่งจะเคยไปเป็นครั้งแรกเลยครับ .... หลังจากที่เดินทางไปเที่ยวดอยอินทนนท์มาหลายครั้ง.... ด้วยความอยากเห็น "เหมยขาบ" หรือว่า "แม่คะนิ้ง" ที่เราคุ้นเคย .... ในภาคเหนือเขาจะเรียกว่าเหมยขาบครับ ... ส่วนทางภาพอีสานเขาจะเรียกว่าแม่คะนิ้ง .. เหมือน "ดอย" กับ "ภู" นั่นแหละครับ ...
ตั้งแต่ผมเดินทางไปเที่ยวทางภาคเหนือมาก็หลาย ๆ ครั้ง แต่ไม่เคยเจอเหมยขาบเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครั้งนี้เจอแล้วครับ ... สมหวังซะที ... :) อุณหภูมิที่เจอก็หนาวเย็นกว่าทุกๆ ครั้งที่ผมเคยได้สัมผัส ... ครั้งนี้ติดลบ 1 องศาเซลเซียสทีเดียว ... เรียกได้ว่าหนาวเย็นกันสะใจไปเลย :) ที่อ่างขางสวยมาก ... แต่ว่าการการเดินทางไปนั่นก็ลำบากพอสมควร ... ผมขึ้นทางหมู่บ้านอรุโณทัย อำเภอไชยปราการครับ เป็น ซึ่งการเดินทางขึ้นดอยอ่างขางนั้น ขึ้นได้สองทาง .... เมื่อเราเดินทางมาจากเชียงใหม่ ... เราจะพบสามแยก ซึ่งถ้าตรงไปก็จะไปทางฝาง ... แต่ผมเลี้ยวซ้าย และขึ้นอ่างขางจากทางนั้น ... ถ้าตรงไปจะไปขึ้นทางอำเภอฝาง ... เห็นเพื่อนเขาบอกว่ามันจะลำบากกว่า ..... ก็เลยตัดสินใจไปทางอำเภอไชยปราการ .....
การเดินทางก็เอารถไปเองครับ .... แต่ไม่ได้ขับเอง 8-) ไปกัน 5 คน ... ของเต็มหลังรถเลย ....เป็นรถมิตซูบิชิ GLXI 1500 CC. ครับ .... ตอนแรกก็กังวลว่ากำลังของเครื่องจะไม่พอ .... แต่จริง ๆ แล้วสบายครับ ... แต่ว่าต้องเกียร์ 1 เลย ... ทางไม่โหดแต่ว่าชันสุด ๆ .... ผมเห็นรถอยู่คันหนึ่ง วิ่งนำหน้าไปแล้วขึ้นเนินเขาไม่ไหว ... ต้องให้คนในรถลงเดินขึ้นแทน แถมต้องแบกเป้กันคนละใบสองใบด้วย ... ถนนบางช่วงก็ชิดริมเหวทีเดียวครับ ... แต่ถ้าหากเราขับช้าและระวังสักหน่อยก็ไม่มีปัญหา .... กว่าจะขึ้นไปถึงก็ลุ้นกันน่าดู ... บางช่วงนี่ผมยังหนาว ๆ ร้อน ๆ เลยว่ารถมันจะมีแรงหรือเปล่า .... มันชันมาก ( มีอยู่ 2 เนินที่เรียกได้ว่าลุ้นสุดๆ 8-) แต่แล้วก็ผ่านมาด้วยดี .... แล้วผมก็ไปกางเต็นท์กันที่ริมถนนในบริเวณที่จัดไว้ให้ ...
ที่นับได้ว่าโหดในการเดินทางครั้งนี้ก็คงจะเป็นค่าเช่าเต็นท์แหละครับ .... เนื่องจากผมกลัวว่ารถจะต้องแบกน้ำหนักมากเกินไป และอาจจะขึ้นไม่ไหว ... จึงไม่ได้เอาเต็นท์มาเอง .... กะว่าจะมาเช่าที่ ที่ทำการ ... และเขาก็มีให้เช่าจริง ๆครับ ... แต่ว่าหลังละ 500 บาท ต่อคืน .... อู้ฮู ..... แพงกว่านอนที่โรงแรมในเชียงใหม่อีกนะเนี่ย ... 8-) ... แต่อย่างว่า ... ทำยังไงได้ล่ะครับ ... ก็ต้องเช่าอยู่ดีแหละ ... นานๆ ทีครับ ... ทำใจ ๆ ... คราวหน้าคงแบกไปเองแน่ ๆ ... อิๆ ... นอนค้างสองคืนนี่อ่วมแน่ ๆ 8-)
วันนี้โม้ยาวเลยครับ .... เยอะไปก็ไม่ดี .... เดี๋ยวขี้เกียจอ่านกัน .... เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมทำรูปเสร็จแล้วจะเอามาให้ดูกันนะครับ ... คราวนี้ไม่ค่อยมีรูปสวยๆ เท่าไหร่ ... เนื่องจากว่าไปแค่คืนเดียว ... แล้วตอนแรกตั้งใจจะไปถ่ายภาพมาโครดอกไม้ที่โครงการหลวง ... แต่ว่าดอกไม้ส่วนใหญ่ก็อยู่ในแปลง ซึ่งบุกเข้าไปถ่ายไม่ได้ ... กางขาตั้งก็ยังลำบากเลยครับ .... เลยถ่ายมาได้ไม่ถึงครึ่งม้วนเลย .... เสียดายเหมือนกัน .... แต่ยังไงก็ยังมีที่พอจะดูได้อยู่อีกนิดหน่อยครับ .... แล้วผมจะเอามาลงให้ดูกันนะครับ .... 8-) ............
--------------------------------------------------------------------------------
++ 20 ม.ค. 46 ++
สวัสดีครับ ... ทักทายกันด้วยคำนี้แทบทุกครั้งที่เปิดมาในวันจันทร์ ... หรือว่าจะใช้คำว่า Hello ดี ? ... 8-) ไม่ล่ะครับ .. ขอเป็นภาษาไทยดีกว่า ... อาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีความรู้สึกว่าจะเย็นขึ้นกว่าเดิมนะครับ ... ดี ๆ ชอบ 8-) เพราะผมชอบหน้าหนาวครับ ... นี่อาทิตย์หน้า ( วันเสาร์ - พฤหัส ฯ ) ผมก็จะลาพักผ่อนเดินทางไปเที่ยวที่แพร่ , และเชียงใหม่ครับ ... พอดีว่าไปถ่ายรูปงานรับปริญญาให้กับญาติด้วย .... ก็เลยแวะไปเที่ยวด้วยซะเลย .... 8-) แล้วจะเอาภาพมาลงให้ดูกันนะครับ .....
ส่วนภาพที่เอามาลงนี่ ... เป็นหนึ่งในภาพที่ผมไปเที่ยวสังขละมาครับ .... ( ดูภาพได้จาก webboard ) เป็นภาพพระพุทธรูปประจำโรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี ... ตอนนั้นผมกำลังมอง ๆ หามุมถ่ายภาพอยู่ ... แล้วหันมาเห็นพอดี .. ประกอบกับตอนนั้นเป็นช่วงเย็น .. พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ทำให้แสงพาดมาที่องค์พระ ... เป็นจังหวะและโกาสที่ดีมาก ... และผมก็ไม่พลาดที่จะเก็บชอตนี้เอาไว้ในกล้อง Canon PowerShot A40 ที่พกติดตัวไปในคราวนี้ ...
ปัจจุบันมีการใช้งานกล้องดิจิตอลกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในครอบครัว ... ว่ากันว่ากล้องดิจิตอลคอมแพคจะเข้ามาแทนกล้องคอมแพคฟิล์ม ด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินเอื้อม ... และต้นทุนในการถ่ายภาพที่ต่ำลง ... รวมทั้งราคาอัดภาพก็ถูกลงมากกว่าแต่ก่อน ... ทำให้ผู้ผลิตกล้อง และผู้ผลิตฟิล์มเดิม ... หันมาให้ความสนใจในการผลิตและพัฒนากล้องดิจิตอลกันมาก ... และเราก็คงจะเห็นราคาที่ต่ำลงในไม่ช้า ... น่ายินดีกับผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่าน ๆ นะครับ ... 8-)
ผมเองชอบภ่ายภาพเป็นงานอดิเรก กล้องที่ผมใช้มีทั้งกล้องฟิล์มและกล้องดิจิตอล กล้องฟิล์มที่ผมใช้อยู่ก็คือ Canon EOS 50 เลนส์อีก 4 ตัวคือ Vivitar 19-35 , Canon EF 24-85 , Tamron 70-300 mm. macro 1:2 และ Tamron 90 mm. macro 1:1 , Flash Canon 380 EX ขาตั้งกล้อง และฟิลเตอร์ ฯลฯ อีกจิปาถะ ... ในความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ... การถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ยังคงเป็นเสน่ห์ มากกว่าการถ่ายด้วยดิจิตอล ก่อนที่เราจะถ่ายภาพแต่ละภาพต้องคิด ต้องมองหามุม และต้องพิถีพิถันอย่างยิ่งก่อนที่จะถ่าย ... แต่ในการใช้งานดิจิตอลของผมเองนั้น .. ถ่ายอย่างเดียวครับ .... แล้วก็มาดูว่าภาพที่ถ่ายมานั้นเราพอใจหรือไม่ ... ถ้าไม่พอใจก็ลบแล้วก็ถ่ายมาใหม่ .... สนุกครับ .. แต่ขาดอรรถรส ...... และผมก็ยังคงชอบกล้องฟิลมมากกว่าอยู่ดี .... เพราะว่าผมถ่ายภาพเพื่อการพักผ่อน .... แต่ดิจิตอลก็เป็นทางออกของผมเช่นกัน .. หากผมต้องการความรวดเร็ว ... ต้องการเอาภาพมาทำเว็ป .... เอาภาพมาดูกับเพื่อน ๆ และถ่ายเอามัน ... 8-)
วันนี้บ่นอะไรมาให้ฟังเยอะเชียวครับ ... เพราะว่าผมจะไม่ได้ update ในวันจันทร์หน้านี้ .... เนื่องจากจะต้องเดินทางไปเชียงใหมอย่างที่ได้กล่าวไว้แล้ว .... ก็เลยต้องบ่นยาวหน่อยในวันนี้ ... การพิมพ์สัมผัสได้ก็ดีแบบนี้แหละครับ .... คิดอะไรก็่ถ่ายทอดลงบนแป้นพิมพ์ได้ดังใจ และรวเร็ว 8-) ผมคงติดตามการพัฒนาการของกล้องถ่ายภาพต่อไป เพราะว่ามันเป็นงานอดิเรกของผม ... และคงจะมีอะไรมาเล่าให้ฟังกันเรื่อย ๆ นะครับ
พบกันอีกทีวันจันทร์ที่ 3 ก.พ. 46 ครับ ........
--------------------------------------------------------------------------------
++ 13 ม.ค. 46 ++
สวัสดีตอนเช้าครับ วันนี้ update สายไปหน่อย ... เมื่อสองวันที่ผ่านมาก็ไปเที่ยวสังขละฯ กับที่บ้าน น่าสนใจทีเดียวครับ ... อากาศไม่หนาวมากแค่เย็นๆ แต่ว่าหมอกลงจัดจริงๆ มองไปข้างหน้าสักสิบเมตรนี่ก็แทบไม่เห็นแล้วล่ะ ผมเดินทางตอนเช้าวันเสาร์ครับ ทางดีมากๆ ราดยางเรียบกริบตลอดเส้นทาง โค้งเยอะหน่อย เรียกได้ว่าพอได้เวียนหัวกันแหละครับ ไปที่ด่านเจดีย์สามองค์ก่อน แวะไปเดินดูตลาดทางด้านฝั่งพม่า นี่เป็นการเดินทางออกต่างประเทศครั้งแรกของผมเชียวนะ .... ฮ่าๆ
แต่ว่าก็ว่าเถอะครับ ความรู้สึกมันไม่เหมือนกับเดินบนแผ่นดินไทยจริง ๆ นะ ราคาสินค้าบางอย่างก็สูงกว่าทางซีกฝั่งไทย แต่บางอย่างก็ถูกกว่า แต่ผมก็ไม่ได้ซื้ออะไรกลับมาหรอกนะครับ เพราะว่าขี้เกียจแบก :-) หลังจากออกจากเจดีย์สามองค์ก็มาที่วัดหลวงพ่ออุตมะ ท่านก็อยู่ที่วัดด้วย โดยปกติแล้วท่านจะติดนิมนต์ออกข้างนอก .... แต่ว่าช่วงนี้จำวัดอยู่ครับ เพื่อนผมไปช่วงปีใหม่ไม่เจอ ได้ด้าย 5 สีมาด้วย ..... อิๆ .... ออกจากวัดก็ไปเดินดูสะพานไม้ครับ ไปดูวิถีชีวิตของชาวบ้านแถวนั้น ...
ดูๆ แล้วพวกเขาก็มีความสุขดีนะครับ ใช้ชีวิตอย่างสงบและสมถะ .... ถ้าให้ผมไปอยู่อย่างนั้น ก็ยังนึกๆ อยู่ว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า .... แบบว่ามันเคยชินกับชีวิตเมืองซะแล้วนี่ครับ .... วันรุ่งขึ้นก็เดินทางกลับ แล้วก็แวะเที่ยวไปเรื่อยบ่อน้ำร้อนหินดาด ,. น้ำตกไทรโยคใหญ่ เขื่อนศรีนครินทร์ ...... อ้อ ..... เกือบลืมบอกไป ..... เขื่อนเขาแหลมเดิม ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นเขื่อนวชิราลงกรณ แล้วนะครับ ... จากเดิมที่เขื่อนวชิราลงกรณ เป็นเขื่อนกั้นแม่น้ำแม่กลองที่ อ. ท่าม่วง แต่ว่าเขื่อนนั้นเป็นเขื่อนขนาดเล็ก ... ก็เลยเปลี่ยนชื่อใหม่ ผมจำไม่ค่อยได้แล้วว่าเขื่อนนั้นเปลี่ยนเป็นอะไร ..... ได้ยินแว่ว ๆว่าเขื่อนแม่กลองใหญ่ ...... แต่ไม่แน่ใจนะครับ ...
ครั้งนี้ผมได้เอากล้อง Canon A40 ซึ่งเป็นกล้องดิจอตอลไปลองถ่ายเล่นด้วย ... กล้องใหญ่ก็เอาไปถ่ายฟิล์มสี ( ปกติแล้วผมจะถ่ายฟิล์มสไลด์เป็นหลัก ) ดิจิตอลก็กดกันสนุกไปเลย ... ถ่ายเข้าไปเถอะครับ .... ไม่เสียเงิน ...... อิๆ ... เพียงแต่ว่าต้องเตรียมหน่วยความจำไปเยอะหน่อย .... ตอนนี้ก็กำลังรีทัชภาพอยู่ เพิ่มลบแต่งเติม ฯลฯ ...... แล้วจะเอามาให้ดูกันครับ ..... 8-)
--------------------------------------------------------------------------------
++ 2 ม.ค. 46 ++
สวัสดีปีใหม่ครับ .... 8-) ไปเที่ยวไหนกันมามั่งล่ะครับ ... ส่วนตัวผมเองก็กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้าน แต่ก็ต้องรีบกลับมา กทม. เมื่อวันที่ 30 นี่เอง .... ไม่ได้กลับมา Conut Down กับเขาหรอกนะครับ แต่เพราะว่ามีความจำเป็นนิดหน่อย ...... ( อิๆ ไม่บอก ) กลับมานอนบ้านทั้งสองวันเลยครับ ดูเขา Count down จากโทรทัศน์แล้วน่าสนุก แต่พอเห็นตอนเขาเดินทางกลับกันแล้วถอดใจเลยครับ .... ดีแล้วที่นอนอยู่บ้านดูโทรทัศน์ ..... 8-)
ปีใหม่นี้ก็ขอให้ทุกๆท่าน ..... มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง และคิดอะไรก็ขอให้สมดังใจปรารถนา ครับ ..... นอนหลับก็ให้ได้เงินหมื่น .... พอตื่นก็ให้ได้เงินล้าน ( แสนน้อยไปหน่อยครับ 8-) ....... แต่ว่าปีนี้สถิติอุบัติเหตุเกิดมากกว่าปีที่แล้ว ..... เท่าที่ฟังมาก็เกิดจากการเมาแล้วขับซะส่วนใหญ่ ... ก็ยังแปลกใจว่าทำไมพอเมาแล้วต้องขับ .... คงคิดว่าแค่ใกล้ๆ นิดเดียว ... ไม่น่าจะเป็นอะไร .... แต่เท่าที่เห็น ... ที่ว่าไม่น่าจะเป็นอะไรคงไม่ใช่ .. เพราะเห็น "เป็นอะไร" กันเยอะทีเดียวครับ .... เสียชีวิตมากที่สุดก็ที่ สระแก้ว ... 7 ราย แถมปีนี้ไฟไหม้รับปีใหม่อีก .... เฮ้อ ......
ปีใหม่นี้ผมก็หวังแค่ว่าเศรฐกิจที่กำลังเริ่มจะดีขึ้น ... ( คิดเอาเอง...เพราะมันคงไม่ต่ำกว่านี้อีกแล้ว 8-) ก็ขออย่าให้สะดุดเพราะสงครามอิรัคเลยครับ .... ได้ฟังนายกพูดก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง .... จริงหรือไม่ก็ค่อยว่ากันอีกที ... อย่าทิ้งความหวังครับ ... อ้อ ..... ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ซื้อหนังสือมาอ่านเลยครับ ... เลยไม่ได้เอาอะไรมาเล่าให้ฟัง ... เล่มล่าสุดที่ซื้อมาอ่านก็คือ "รัก ชื่น ขื่น ชัง อุษาคเนย์" ของ ธีรภาพ โลหิตกุล เป็นวิถีทางทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านของเราครับ ... ดีมากทีเดียว .... เคยมีนักโบราณคดีของฝรั่งบอกเอาไว้ว่า .... " See Angorwat and die" นั่นคืออย่าเพิ่งตายถ้ายังไม่ได้เห็นนครวัด ..... นั่นแสดงถึงความสวยงามและคุณค่าของนครวัดอย่างดีที่สุด .... เหมือนกับคำกล่าวของนักปีนเขาที่พิชิตเอเวอเรสต์ คนแรกนั่นก็คือ เซอร์ เอ็ดมันต์ ฮิลลารี่ ... ชาวนิวซีแลน ... ได้ตอบคำถามนักข่าวว่าเหตุใดท่านจึงต้องไปปีนเขาที่สูงที่สุดในโลก ....... ท่านเซอร์ ตอบว่า ..........
......" Because it's there " ก็เพราะมันอยู่ที่นั่นน่ะสิ .......
+++ สวัสดีปีใหม่ครับ +++
--------------------------------------------------------------------------------
++ 16 ธ.ค. 45 ++
สวัสดีวันจันทร์ที่ 16 ครับ .... และผมก็ไปเที่ยวมาอีกแล้ว 8-) คราวนี้ไปพะเนินทุ่ง ... อุทยานแห่งชาติ แก่งกระจาน เพชรบุรี ... ก็เริ่มเดินทางตอนตี 5 ของวันเสาร์ครับ .... ออกจากเซ็นทรัลพระราม 3 แวะซื้อของนิดหน่อยที่มหาชัย แล้วก็ตรงไปยังแคมป์บ้านกร่างปักเต็นท์และหามุมถ่ายภาพกัน .... อ้อ ... คราวนี้ไปกัน 6 คนครับ เอารถไปกันเอง ครั้งนี้ก็เดินทางไปกับเพื่อนรุ่นพี่ที่เขาชอบดูนก .... ผมก็ได้อาศัยดูนกไปกับเขาด้วย .... สนุกดีเหมือนกันครับ ..... แต่ว่าเมื่อยคอน่าดูเลย .... 8-)
เส้นทางของพะเนินทุ่งนั้นเขาให้ขึ้นให้ลงเป็นเวลาครับ ... วิ่งรถทางเดียวเพราะว่าทางค่อนข้างแคบ วิ่งสวนกันไม่ได้ ข้างบนเขาก็ทำอาคารที่ทำการแล้ว .... ใหม่เอี่ยมน่าดูแต่ยังไม่เรียบร้อยซะทีเดียว สิบล้อวิ่งขึ้นวิ่งลงขนของอยู่ .... ทางชันพอควร .... เส้นทางผมไม่แนะนำให้เอารถเก๋งไปครับ .... แต่ผมก็เห็นมีคนเอาไปนะเอาไปถึงที่ทำการเลยล่ะ .... แต่สงสัยว่าคงท้องลายน่าดู ..... รถเก๋งจะไปแค่แค้มป์บ้านกร่างครับ ... หากเกินกว่านั้นต้องวิ่งผ่านลำธาร 3 ครั้ง ระดับน้ำไม่สูงครับแต่ทางขึ้นลงลำธารก็ชันพอสมควรสำหรับรถเก๋ง .... และเส้นทางก็ชันและหลุมบ่อเยอะ ..... แต่ถ้าจะเอาไปก็คงต้องลุ้นกันหน่อยครับ .... ถ้าเช่ารถจากเจ้าหน้าที่ของอุทยานไปก็วันละ 1,200 บาท เห็นฝรั่งเขาเช่าไปดูนกกันหลายคน
แก่งกระจานเป็นแหล่งดูนกที่ขึ้นชื่อมากทีเดียวครับ เห็นฝรั่งหลายคนเดินทางมาดูนกที่นี่ ... มาดูนกอย่างเดียวเลยล่ะ บังเอิญได้คุยกันเขาบอกว่ามาจากเยอรมัน มาดูนกอย่างเดียว ( ลงทุนน่าดูแฮะ 8-) และมีนกอยู่ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ที่นี่แห่งเดียวในโลก ก็คือ กะลิงเขียดหางหนาม ไปคราวนี้ผมไม่เจอ ....เพราะว่ามัวแต่ถ่ายภาพอยู่ .... แต่พี่ที่เขาไปด้วยกันก็เห็นสมใจ แต่ว่าไม่เต็มตัว .... เห็นแค่ด้านหลังกับหางของมันครับ ..... เขาบอกว่าแค่ได้เห็นตัวนี้ ทริปนี้ก็คุ้มแล้วครับ ..... ผมก็ยังเห็นอีกหลายตัว ..... แต่ด้วยความที่ไม่ใช่นักดูนกก็เลยจำแนกชนิดไม่ได้ ... ดีแต่พี่ที่ไปด้วยกันเขาบอกชื่อและจำแนกชนิดได้ ...... ผมว่าเป็นกิจกรรมที่สนุกมากทีเดียวครับ .... ลงทุนก็ไม่แพง .. หนังสือดูนกสักเล่ม ... กล้องสองตาสักตัว ... แค่นี้ก็สนุกได้แล้ว และตอนนี้กิจกรรมดูนกก็เป็นกิจกรรมที่นิยมกันสูงมาก เพราะว่าได้เขาป่าไปสัมผัสกับธรรมชาติ และมีกิจกรรมดูนกมาเสริมด้วย ......
ว่าแต่ ....... ผมรู้สึกสนุกกับการดูนกซะแล้วสิ ........ :-)
--------------------------------------------------------------------------------
++ 2 ธ.ค. 45 ++
ต้นเดือนธันวาแล้วครับ ... ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยว ฤดูกาลแห่งการใช้สตางค์ ว่าแต่ว่าโบนัสใครเหลือมั่งล่ะเนี่ย ...วุ้ย ... ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวหลาย ๆ ท่านจะช้ำใจว่าทำไมโบนัสมันหายไปเร็วจัง อิๆ .....
นี่ก็กำลังนึกว่าจะเอาเรื่องอะไรมาเขียนในวันนี้ ..... คิดไปคิดมา อืม ... เรื่องการลาหยุดคร่อมวันท่าจะดี ก็คงแวะมาบ่นแหละครับ ในฐานะคนต่างจังหวัด นานๆ จะได้มีโอกสกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อเยี่ยมแม่กับเขาสักที แต่ก็กลับไม่ได้ ถ้าจะกลับก็ต้องไปเสาร์ - อาทิตย์ ประเภทออกเดินทางเย็นวันศุกร์ ไปถึงเช้าวันเสาร์ แล้วก็นอนค้างคืนวันเสาร์ พอเย็นวันอาทิตย์ก็ต้องกลับแล้ว กรรมครับ กรรมของคนต่างจังหวัด บ้านใครอยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ก็โชคดีหน่อย ใครบ้านไกลก็แย่หน่อย ....
ผมเคยไปบ่นๆ เรื่องนี้ที่ pantip.com มาเมื่อปีก่อน ... มีคนเขาบอกว่าถ้าลำบากนักก้ไม่ต้องทำมันหรอกงานน่ะ ลาออกไปดูแลพ่อแม่เลยก็แล้วกัน ส่วนอีกคนบอกว่าไปทำงานกับบัณฑิตอาสาสิ มาร้องแรกแหกกระเฌอทำไม ผมฟังเขาพูดแล้วผมก็ปลงครับ บางทีคนที่ไม่ได้ยืนอยู่ตรงปัญหา ไม่ได้เห็นปัญหามันมากองอยู่ตรงหน้า เขาไม่เข้าใจหรอกครับ ท่านที่เข้ามาอ่านเว็ปพัสดุนี้ ผมอยากถามหน่อยว่า ในสองข้อที่เขาให้เลือกนั้น เป็นท่านๆ จะเลือกไหม ?
บางท่านอาจจะบอกว่า อ้าว แล้ววันลาพักผ่อนล่ะ .... มีเอาไว้ทำไม ... มันก็ถูกต้องแหละครับ เขามีวันลาพักผ่อนให้พักผ่อน เอาวันลาตรงนี้ลาไปก็ได้ .... อย่างของผมลาได้ 10 วันใน 1 ปี ผมคงกลับบ้านได้ไม่กี่ครั้ง ... สมมติว่าลา 2 วันบวกกับเสาร์ - อาทิตย์ อีก 2 วันเป็นสี่วัน ... คุ้มค่ากับค่ารถเดินทางหน่อย ... ผมคงแวะกลับบ้านได้ 5 ครั้งใน 1 ปี ......
แวะมาบ่นครับ ..... ผมก็กำลังดูๆ อยู่ว่าจะกลับช่วงไหนดี ..... ถ้าหยุดคร่อมวันแล้วบินไปเที่ยวฮ่องกงได้เหมือนใครบางคนได้ ...... ก็คงดี .....
--------------------------------------------------------------------------------
++ 25 พ.ย. 45 ++
เมื่อวานแวะไป meeting กับเพื่อนๆ ในกลุ่ม Canon Club มาครับ ไปสังสรรและถ่ายภาพกันที่ เมืองโบราณสมุทรปราการ ... หมดไปม้วนกว่า .... ตอนนี้ก็กำลังจะลองถ่ายภาพมาโครครับ ( การถ่ายภาพสิ่งเล็กๆ อย่างเช่นดอกไม้ แมลง ) อีกสักวันสองวันก็คงจะเอามาให้แนะนำติชมได้ กำลังส่งล้างอยู่เลยครับ พูดถึงเมืองโบราณแล้ว ผมว่าไอเดียคนทำเขาแจ๋วมากทีเดียวครับ พื้นที่ตั้ง 800 กว่าไร่ ใหญ่พอสมควร มีอะไรให้ดูเยอะ การเดินทางก็ไม่ลำบาก ยิ่งถ้าใครมีรถก็สะดวกมากๆ เลยครับ ค่าเข้าชมก็ 50 บาทต่อ 1 คน เสียหน่อยเพียงแต่ว่าร้านอาหารมีไม่ค่อยเยอะ แถมเลือกไม่ได้ 8-) ราคาอาหารเครื่องดื่ม ฯลฯ ก็สูงกว่าภายนอกนิดหน่อย ไม่น่าเกลียด
ทุ่งทานตะวันก็บานแล้วที่ลพบุรี และสระบุรี การเดินทางไปท่องเที่ยวก็สะดวกสบายมาก แต่ว่าผมยังไม่ได้ไปเลย 8-) เนื่องจากว่าช่วงนี้ทริปท่องเที่ยวถ่ายภาพของผมก็มีเยอะพอสมควรครับ จะไปทุกๆ ที่ก็ไม่ไหว เดี๋ยวตังค์หมด ต้องคอยดูว่าช่วงไหนไปได้ ช่วงไหนไปไม่ได้ นี่ก็กำลังมองๆ อยู่ว่าหลังปีใหม่จะไปไหนดี ... แต่ว่าช่วงหยุดยาวคงไม่ไปไหนล่ะครับ ... ไม่ไหวคนเยอะมากๆๆๆๆๆๆ จนหาทางไปไม่ค่อยได้ .... เมื่อสักสองปีก่อนผมไปดอยอินทนนท์ช่วงปีใหม่ .... โอ้โฮ ... ทีเดียวเข็ดขยาดเลยครับ รถติดตั้งแต่เชิงดอยจนถึงยอดดอย .... หึๆ .... เห็นทีต้องขอบายล่ะครับ สำหรับการเดินทางในช่วงเทศกาล ....
ช่วงนี้รู้สึกว่าสภาพอากศบ้านเราไม่ค่อยจะแน่นอน ... เดี๋ยวหนาวได้สองวัน .... อีกสองวันดันร้อนอีกแล้ว 8-) แถมมีฝนตกเป็นระยะ ๆ ไม่รู้ว่าจะเอายังไงเหมือนกัน ระวังสุขภาพร่างกายกันหน่อยนะครับ
--------------------------------------------------------------------------------
++ 18 พ.ย. 45 ++
สวัสดีครับ ... หลังจากหายหน้าตายตาไปเป็นเดือน ตอนนี้ก็คิดว่าตัวเองพร้อมที่จะกลับมาทำหน้าที่ ได้เหมือนเดิมแล้ว ในเรื่องของบทความนั้นยังไม่มีไอเดียในการทำอะไรนะครับ .... แต่ว่าจะกลับมา ทักทายกันในเช้าวันจันทร์ของทุกๆ สัปดาห์เหมือนกับที่เคยทำมา ... ขอบคุณสำหรับการไต่ถามที่มี :-) อาการของผมตอนนี้ดีขึ้นมากๆ แล้ว เดินได้วิ่งได้และยังพูดมากเหมือนเดิม ... อิๆ
ตอนนี้ผมมีโครงการเล่าเรื่องราวการท่องเที่ยวครับ ... คิดเอาไว้ว่าเวลาที่เดินทางท่องเที่ยวไปไหน หรือว่าไปถ่ายภาพอะไรมา ก็จะเอามาเล่าสู่กันฟัง อย่างเสาร์- อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ไปถ่ายภาพกับเพื่อนๆ ใน Blueplanet ที่เขาใหญ่ และเมื่อกลับมาก็จะเอาภาพที่ได้มาดูกันในเว็ป และก็เล่าเรื่องราวการเดินทาง การถ่ายภาพรวมทั้งแนวความคิดในการถ่ายภาพด้วย ...
ผมก็เลยคิดว่าไหนๆ เราก็โม้ในกัน BP แล้ว ก็เอาเรื่องและรูปของเรามาลงซะในเว็ปพัสดุซะเลยก็น่าจะดี อย่างที่เคยได้บอกไว้น่ะครับ ว่าผมไม่อยากให้เว็ปของหน่วยงานมีแต่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว ทรัพยากรที่เรามี ( ระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ) สามารถทำอะไรได้มากมาย เพียงแต่ว่าเราจะเอามันมาทำอะไรแค่ไหน ส่วนผมเลือกที่จะเอาเรื่องที่มีสาระมั่ง ไม่มีสาระมั่ง มาลงเพื่อ ให้เว็ปของพัสดุมีความหลากหลายในเนื้อหา
เดี๋ยวดูก่อนว่าโครงการจะเป็นจริงได้แค่ไหน ...เพราะว่าผมเองก็ยังเป็นมือใหม่ในการถ่ายภาพอยู่ เรื่องแบบนี้ก็คงต้องพัฒนากันไปเรื่อยๆ แหละครับ ... คอยติดตามผลงานก็แล้วกันครับ ... รับรองว่าต่อไปนี้ไม่มีเหงา ......... จริงๆ นะครับ :-)
--------------------------------------------------------------------------------
++ 2 ก.ย. 45 ++
สวัสดีครับ ..... หายหน้าหายตาไปเป็นเดือนก็เนื่องมาจากสาเหตุที่ได้บอกกล่าวกันไว้ตั้งแต่แรก ก็มาทำงานได้สัก 2 อาทิตย์แล้วครับ ... และเริ่ม update web แล้วเหมือนกัน ... หลังจากที่ปล่อยให้นิ่งสนิทอยู่ตั้งเดือน .. แต่ว่าการมา update ครั้งนี้ก็ยังไม่มีอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจเป็นพิเศษนะครับ เพียงแต่มาแจ้งให้ทราบว่าต่อไปนี้ก็คงจะทำการ upate กันบ่อยๆ เหมือนเดิม ..... ก็อย่างช้าที่สุดก็อาทิตย์ละครั้งเพราะว่าคนทำเว็ปก็ต้องขอปรับตัวปรับใจ ให้เข้าที่เข้าทางซะก่อน... เพราะว่าหยุดงานไปหลายวัน
ในส่วนของการ update ทางเทคนิคนั้นก็คงจะหาโปรแกรมใหม่ๆ มาลงให้ Download กันก่อนนะครับ เพราะว่ามีหลายท่านต่อว่ามา .... ว่าโปรแกรมทำไมมันเก่าๆ ทั้งนั้นเลย ... 8-) ที่มันเก่าเพราะว่าผมไม่ทราบว่าแต่ละท่านนั้นอยากได้โปรแกรมอะไร ... ที่ผมเอาลงให้นี้ก็เป็นโปรแกรม ที่ผมใช้งานอยู่เป็นประจำ ... และเป็นโปรแกรมติดเครื่องของผมเลยล่ะ ..... ส่วนที่มันอาจจะเก่านั้น ผมมองว่าเราใช้งานโปรแกรมกันไม่ครบทุกฟังก์ชั่นหรอกครับ ... โปรแกรมรุ่นใหม่ ๆ นั้นจะกินทรัพยากรเครื่องค่อนข้างมาก ... ดังนั้นผมจะใช้โปรแกรมในเวอร์ชั่นที่รองรับงานได้เท่านั้น เพื่อที่จะไม่ต้องเป็นภาระกับเครื่องของเรามาก
ยังไงช่วงๆ นี้อาจจะไม่ปกติเหมือนกับช่วงก่อนๆ นะครับ .... การเจ็บไข้ได้ป่วยนั้น ก็คงทำให้สมาธิในการทำ web ลดน้อยลงไปพอสมควร ... ช่วงนี้อาจจะแกว่งๆ ไปบ้างก็ต้องขออภัยล่วงหน้าครับ
--------------------------------------------------------------------------------
++ 15 ก.ค. 45 ++
สวัสดีครับ วันนี้วันจันทร์ที่ 15 ก.ค. 45 ก็ครึ่งเดือนเข้าไปแล้ว ....... เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาผมเองก็ ได้ทำการ update ข้อมูลในเว็ปอยู่ 2 อย่างครับ ก็คือ การแชร์ทรัพยากรในเครื่อง win2000 โดยที่ไม่ต้อง logon เข้าไปเป็นสมาชิกของ domain ซึ่งผมคิด ( เอาเอง ) ว่ามันน่าจะมีประโยชน์กับพนักงานของเรามากๆ เพราะว่าหากเราต้องการที่จะเข้าไปใช้งาน printer , folder หรือว่าไฟล์ ในเครื่อง win2000 แล้วนั้น ก็จะต้องทำให้มันเข้าเป็นสมาชิกของ domain เสียก่อน ก็ต้องรบกวนทาง ฝทส. มาเซ็ตให้ ... แต่หากว่าเราสามารถแชร์แบบ peer-to-peer ได้แล้วล่ะก็ ... จะทำให้มีความสะดวกมากเลยครับ แล้วยิ่งเครื่องใหม่ๆ ที่เราได้มานี้ มีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลเพียบเลย 8-) แถมเขียน CD ได้ด้วย ....น่าน ...................ฮ่าๆ ....ซร้วบ...หวานล่ะ ..... คราวนี้จะได้มีพื้นที่ทำ image ไฟล์ได้เยอะล่ะ ...... เหอๆ
อีกส่วนหนึ่งก็คือ แบบสำรวจความคิดเห็น ( ด้านขวามือ ) ในเรื่องของการแปรรูป กฟน. ครับ ว่าแต่ละท่านเห็นด้วยหรือไม่ ... เท่าที่ดูผมว่าต้องมีหลายๆ ท่านมากด ซ้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กันแน่นอน อิๆ เพราะว่าแต่ไหนแต่ไรมา เว็ปพัสดุมีคนเข้ามาพอสมควรก็จริง แต่ว่าแต่ละท่านที่เข้ามาก็ไม่ค่อยได้โต้ตอบกับเว็ปเท่าไหร่ สงสัยว่าคงไม่เห็นด้วยในการแปรรูปจริงๆ นั่นแหละ ถึงได้ออกแรงคลิ๊กให้ตัวเลขมันขึ้นไปเยอะๆ 8-)
วันศุกร์ที่ผ่านมาผมแวะไปทำ MRI หัวเข่าที่รามา ก็อาการเก่านั่นแหละครับ เอ็นหัวเข่าที่เคยขาดเมื่อ 4 ปีก่อน มีอาการอักเสบขึ้นมาเนื่องจากว่าเมื่อเดือนที่แล้วผมไปเล่นบอลที่ กฟผ. แล้วโดนเสียบจากด้านหลัง เลยเดี้ยง...... หมอก็เลยสั่งทำ MRI เพื่อดูว่ามีอะไรเสียหายหรือเปล่า ? และพอเสร็จจากทำ MRI แล้วก็แวะไปเดินพันทิพย์ซะเลย แวะไปซื้อ ชม. เน็ตน่ะครับ พอดีของเดิมเหลือน้อยแล้ว ... คราวนี้ก็เลยย้ายค่ายมาลอง Anet ดูบ้าง เมื่อคืนลองดูแล้วครับ ความเร็วใช้ได้ทีเดียว download อยู่ที่ 3-5 k ก็ ok ครับ รับได้ ( เพราะว่ามันถูกที่สุดในร้านแล้วครับ 8-) เวลาผมซื้อ ชม. เน็ตผมจะบอกกับทางร้านว่า "ตัวไหนถูกที่สุดเอาตัวนั้น" เพราะว่าผมไม่เน้นความเร็วเท่าไหร่ครับ ส่วนมากก็จะแวะไป pantip.com ซะมากกว่าเลยไม่ต้องการความเร็วเท่าไหร่ ชุดที่ซื้อมานี่ก็ตก ชม. ละ 3.4 บาท ... ถูกสุดๆ ครับ
วันนี้เขียนยาวเลย 8-) อยากแนะนำติชมอะไรก็ยินดีนะครับ Guest Book กับ Webboard ของผมเหงามานานแล้ว กำลังหาคนช่วยลงความเห็น , โพสกระทู้อยู่ ...........ไปล่ะ...
--------------------------------------------------------------------------------
++ 8 ก.ค. 45 ++
สวัสดีวันจันทร์ที่ 8 ก.ค. 45 ครับ ... เวลานี้ก็ล่วงมาเข้าเดือนที่ 7 แล้ว ( เร็วเนอะ 8-) พอโตขึ้นแล้วทำไมรู้สึกว่าเวลามันเดินเร็วก็ไม่รู้ ... สงสัยว่าจะเริ่มแก่ 8-) ช่วงนี้ก็มีฝนตกประปรายแล้วล่ะครับ ... ดอกกระเจียวกำลังบานอยู่ที่ชัยภูมิซะด้วย .... แหมๆ เสียดาย นี่ถ้ามีเวลามีสตางค์ล่ะก็รับรองว่าไม่พลาดทีเดียวครับ ผมต้องแวะไปเยี่ยมคุณดอกกระเจียวสักครั้งแน่ๆ แต่ไม่เป็นไร ... เดี๋ยวรอให้ช่วงปลายฝนต้นหนาวก่อนก็ได้ แล้วค่อยไป ( ประหยัดงบครับ เสียดายที่บ้านปั๊มแบงค์เองไม่ได้ ม่ายงั้นจะเที่ยวให้มันไปเลย 8-)
เมื่อเช้าผมแวะไปที่
www.esmszone.com มา ... เห็นเขาบอกว่าสามารถทำให้ส่ง Logo ผ่านเว็ปได้แล้ว ... โอ้ !! สบายเลยคราวนี้ ส่งกันมันระเบิดแหละครับ เท่าที่ผมทดลองใช้งานเว็ปนี้มา ก็รู้สึกว่าสามารถส่งได้แทบจะ 100 % เลยครับ จะส่งกี่ครั้ง ก็ได้รับแทบทุกครั้ง ( ไม่เหมือนเว็ปเก่า ) แต่ก็มีบางช่วงที่ส่งแล้วรับไม่ได้ ไม่รู้ว่าคนใช้งานเยอะหรือเปล่า ( เห็นเขาบอกว่า 5-6,000 คนต่อวัน ) เหอะๆ นี่ถ้าไม่เยอะก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วเหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วแจ่มแจ๋วมากครับ
ช่วงนี้เรากำลังมีปัญหากับประเทศพม่าอยู่นี้ ผมเองก็สนใจในประวัติศาสตร์ของพม่าและชนกลุ่มน้อย นี่ก็ไปหาหนังสือมาอ่านได้ 2 เล่มแล้วครับเรื่อง " พม่า... ประวัติศาสตร์และการเมือง " และ " สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น " เรื่องหลังนี้น่าสนใจมากครับ ผมอ่านแล้วได้รับรู้ความเป็นไปเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี พ.ศ. 2475 ได้รู้ในเรื่องอีกหลายๆ เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนในหนังสือเรียน ( ผู้แต่งคือ ม.จ. พูนพิศมัย ดิสกุล ) ผมว่าจะเอามารีวิวซะหน่อย ... แล้วคอยพบกันครับ
--------------------------------------------------------------------------------
++ 2 ก.ค. 45 ++
สวัสดีครับ .... หายหน้าหายตาไปนานซะเกือบเดือน ก็เนื่องมาจากว่าผมต้องไปอบรมครับ เลยทำให้ไม่สามารถมา update เว็ปได้ แต่ว่าตอนนี้มาแล้ว เอิ๊กๆๆ ตอนแรกกะว่าจะทำการ update เมื่อวานครับ แต่ว่าหัวหน้าให้ไปฟังบรรยายที่คลองเตย ก็เลยไม่ได้มา update อีกตามเคย เพื่อนพ้องน้องพี่หลายๆ พอเจอหน้าผมก็แซวว่า " เฮ้ย!! เว็ปแกน่ะ หนอนขึ้นแล้ว ... หัด update ซะมั่งสิฟะ " ............. เหอๆๆๆ
ไปยังไงกันบ้างครับ กับบอลโลก ... ผมว่าหลายๆ ท่านคงจะมีเจ้าหนี้ หรือไม่ก็ลูกหนี้เพิ่ม ขึ้นกันอีกบานตะเกียง แหงๆ ... ทางโทรทัศน์เขาก็เตือนแล้ว ( ทำเสียงสูงๆ ) ว่าไม่ให้เล่นการพนัน แล้วเป็นไงล่ะทีนี้ รวยล่ะสิ ........เอ้ย!!! เสียล่ะสิ ส่วนผมนั้น เมื่อบวกลบคูณหารทั้งหมดแล้วก็ .... เสียหมี่เกี๊ยวกรอบไป 2 ชามกับชาดำเย็นอีก 3 แก้ว ..... เฮ้อ !! ไม่รู้ไปไงครับ เชียร์ทีมไหนตกรอบ หมดเลย
จากทั้งหมดที่ผมได้ดูมาในบอลโลกครั้งนี้ ผมขอเลือกให้นัดระหว่าง เยอรมัน กับ อเมริกา เป็นนัดที่ ผมชอบที่สุดครับ ผมว่าอเมริกาเล่นบอลได้ดีมาก ( เสียดายที่เยอรมันไปอุดซะ ม่ายงั้นมันกว่านี้ ) แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของเขาเป็นอย่างดี การเข้าทำ , การตัดเกม ผมว่าอเมริการมีหลากหลายทีเดียวครับ เสียดายโดนโหม่งนำไปก่อน เยอรมันเลยอุดซะ เหอๆ หมดมันเลย
ดูบอลโลกแล้วก็หันมาดูฟุตบอลของไทยเรา ... อย่าครับ !! อย่าเพิ่งทำหน้าตาเบื่อหน่ายอย่างน้านนน ของอย่างนี้มันต้องให้เวลาหน่อยครับ เกาหลี กะพี่ยุ่นเขาไปไกลลิบแล้ว ... นี่ผมยังจำวันที่เราเอาชนะญี่ปุ่น 2-0 ได้เลยนะครับ ในการแข่งขันเยาวชนอายุ 20 ปี ( ปี 2537 และสุดท้ายเราไปแพ้ซีเรีย 1-0 และตกรอบ ) หลังจากนั้นอีก 3 ปีเขาก็แวะมาเอาคืนไป 5-0 ที่สนามสุพรรณบุรี วงการฟุตบอลเขาพัฒนาช้ากว่าเราตั้งเยอะ ไหงนำเราไปไกลสุดกู่ขนาดนี้ก็ไม่รู้ ( สงสัยเงินเยน นี้มีมนต์ขลังแน่ๆ )
เมื่อคืนผมฝันไปว่า ... บอลไทยได้ไปบอลโลก .......ฮ่าๆๆๆ ... ชิงกับบราซิล และต้องดวลลูกจุดโทษขณะกำลังเสมอกันอยู่ที่ 4-4 และคนสุดท้ายของบราซิลยิงไม่เข้า .... และมันเป็นโอกาสของทีมไทยแล้ว..........หากเข้าก็ชนะ ......... ดุสิต เฉลิมแสนจะเป็นผู้เตะครับ ........................ และเขาวิ่งเข้าไป ..........." ป้าบบบบบ " .......... เฮ้ย !!! ไอ้โอ่งเตะบ๋อยโว้ย !!!!! .... เสียงใครบางคนตะโกนขึ้นมา
ครับ !!! แล้วผมก็สะดุ้งตื่น
--------------------------------------------------------------------------------
++ 3 มิ.ย. 45 ++
สวัสดีครับ วันนี้ก็ต้นเดือนแล้วสินะครับ เงินเต็มกระเป๋า แถมอยู่ในช่วงบอลโลกซะด้วย สงสัย ต้องมีพี่ ป้า น้า อา หลายๆ ท่าน แทงบอลกันแน่ๆ ผมก็มีมั่งเหมือนกันครับ แต่ว่าไม่ได้พนันเอาเป็นเอาตาย แต่ว่าจะเอาเป็นข้าวกลางวัน เท่านั้น ใครทายถูกก็ได้กินข้าวกลางวันฟรี ที่ไม่ได้เล่นหนักๆ นี่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเป็น เด็กดีหรอกนะครับ แต่เนื่องจากว่าดวงทางการพนันของผมนั้น มันสุดแสนจะห่วย บรมห่วย ขืนเล่นไปก็เจ๊ง ... 8-) แค่ทายหัวทายก้อยยังไม่ค่อยจะถูกเลยครับ
ว่ากันเรื่องการพนันบอล ผมว่าทางรัฐบาลน่าจะเป็นเจ้ามือซะเองเลย ไม่ว่าจะเป็นหวย หรือว่าจะเป็นโต๊ะบอล ผมมองว่ายังไงๆ คนไทยเราก็เล่นกันอยู่แล้ว และห้ามไม่ได้ซะด้วย แล้วทำไมไม่เอาเงินส่วนนี้มาเข้ากระเป๋ารัฐแทนที่จะเป็นนายทุนล่ะครับ ... ม้น " เป็นไปไม่ได้ " ที่จะห้าม หรือว่าตามจับคนเล่นหวย หรือแทงบอล ( ยกเว้นให้เทวดามาจับล่ะก็ได้แน่ ) หากว่าจะตามจับคนเล่นหวย หรือว่าเล่นบอล รับรองได้ว่าเอาตำรวจทั้งกรม ( รวมทั้งครอบครัวของตำรวจด้วยก็ได้ ) มาตามจับหวยกะบอล แค่สองอย่างนี้ ก็ยังจับได้ไม่หมดเลยครับ
ผมมองว่าทฤษฎีกับการปฏิบัตินั้นมันเดินสวนทางกันครับ การพนันนั้นมันไม่ดี ... อันนี้ใช่ ... หากเราสามารถ ห้ามคนไม่ให้เล่นการพนันได้ ถือเป็นการดีมาก ( นี่ว่ากันตามทฤษฎี ) ... แต่อยากจะถามว่าเรื่องจริงมันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ? ..........ก็เปล่า ........ถามว่าห้ามได้หรือไม่ ..... คำตอบก็คือ.....ไม่ ............ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ผมว่าหากรัฐเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสก็น่าจะเหมาะ ... ดูอย่างบ่อนที่เขมรสิครับ ห่างจากชายแดนไทยแค่มีลำธารเล็กๆ คั่นเอาไว้ ........ คนเป็นหมื่นๆ ยังแห่กันไปเล่น ...คนไทยซะด้วยสิครับ อุตส่าห์ถ่อสังขารไปเล่นยันเขมร นี่ถ้าหากเราย้ายเจ้าบ่อนนั่นข้ามลำธารมาแค่ 3-5 เมตรเท่านั้น ........... เงินจะไหลเข้ารัฐอีกเป็นแสนๆ ล้านบาทต่อไป ...................แค่ 5 เมตรเท่านั้น
หมาายเหตุ : ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวครับ
--------------------------------------------------------------------------------
++ 21 พ.ค. 45 ++
พอดีว่าเมื่อว่านผมลางานไป 1 วันครับ เลยไม่ได้มา update เว็ป ก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีกแล้ว 8-) เมื่อวันศุกร์ผมไปดูหนังมา ก็อย่างว่าแหละ มันต้อง Star War Epizode II อยู่แล้ว หนังสนุกมากครับ รับรองว่าไม่เสียดายตังค์ค่าดูแน่นอน แต่ที่จะเล่าให้ฟังนั้นเป็นคนดูหนังที่นั่งติดกับผมต่างหาก ... พอจะเดาได้แล้วใช่ไหมครับ 8-)
เป็นเด็กผู้หญิงครับ คิดว่าน่าจะเรียน ม.ต้น แล้วล่ะและรู้สึกว่าจะมากับแม่นะครับ คนที่นั่งติดกับผมเป็นเด็กผู้หญิงครับ ส่วนคุณแม่ของเธอนั่งถัดจากผมไป ช่วงเวลาก่อนหนังฉายเธอก็ฆ่าเวลาด้วยการหยิบขนมขึ้นมากินครับ ยี่ห้อไม่ทราบ เพราะว่าได้ยินแต่เสียง " กรอบแกรบๆ " อยู่ข้างๆ หูผม และกลิ่นตัวของเธอนับว่าใช้ได้ทีเดียวครับ บางท่านที่เคยมีลูกจะทราบว่าเด็กๆ ที่วิ่งเล่นจนเหงื่อออกแล้วไม่อาบน้ำจะมีกลิ่น "เหม็นเปรี้ยว" ครับ และแนะนอนเธอมีกลิ่นนั้นรุนแรงพอควร เหอๆ ชะตากรรม .... แต่ผมต้องทนกับหล่อนอย่างน้อย 2 ชม. ครับ
พอหนังเริ่มฉาย หล่อนก็เอาเท้าทั้ง 2 ข้างขึ้นมาไว้บนเก้าอี้และเขย่าเป็นจังหวะตามชอบใจ ... และแน่นอนผมไม่ได้ชอบด้วยครับ เพราะว่าพนักนั้นมันเชื่อมต่อกัน พอหล่อนเขย่า หัวผมก็สั่นตามหล่อนไปด้วย แต่อันนี้โชคดีหน่อยตรงที่หล่อนเขย่าอยู่แป็บเดียวเนื่องจากคุณแม่ห้ามเสียก่อน ( จะไม่ห้ามได้ยังไงล่ะครับ เพราะว่าคุณแม่ของเธอก็หัวสั่นเหมือนผมแหงๆ )
พอหนังเริ่ม หล่อนก็ยังคงกินไอ้เจ้าขนมกรอบแกรบๆ อยู่ตลอดเวลา และนั่งชันเข่า เหมือนเดิม ( ท่านผู้อ่านขอความกรุณาอย่าลืมเรื่องกลิ่นตัวของหล่อนด้วยนะ ) ผมก็นึกในใจว่าทำไมคุณแม่ของหล่อนไม่บอกบ้างเลยว่านั่งให้เรียบร้อยหน่อย และอย่ากินขนมที่มีเสียงดัง ( หรือมีกลิ่นแรง ) ในโรงหนัง..................และผมก็ถึงบางอ้อเลยครับ ว่าทำไมลูกของเธอถึงเป็นอย่างนั้น
มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาด้วยการตั้งโวลลุ่มสูงสุด และได้ยินเสียงการสนทนาดังสนั่นแข่งกับเสียงของภาพยนตร์ .... ก็แน่ล่ะครับ เธอเป็นแม่นี่นา จะให้ต่างจากลูกได้ไง ..........................
--------------------------------------------------------------------------------
++ 15 พ.ค. 45 ++
สวัสดีครับ วันนี้วันพุธที่ 15 พ.ค. 45 ต้องขออภัยที่ update ช้าเนื่องจากว่าวันจันทร์มีอาการ หวัดและเป็นไข้นิดหน่อยเนื่องจากไปตากฝนตากแอร์หลายรอบก็เลยออกอาการครับ และวันอังคารก็ต้อง มาตามเก็บงานต่อก็เลยทำให้ไม่ได้ update web เลย ( แต่ยังไงก็ยังอยู่ในข้อตกลงนะครับ ว่าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 8-)
ของใหม่ในวันนี้ก็คือ โปรแกรมบีบอัดไฟล์ winrar 2.80 ครับ แรกเริ่มเดิมทีนั้นผมเองก็ใช้งาน winzip อยู่ อยู่มาวันหนึ่งผมสนใจที่จะเล่นเกม Championship Manager 00-01 ซึ่งเจ้าเกมนี้นั้นมันเป็นภาษาอังกฤษ และบังเอิญที่มีโปรแกรมเมอร์ชาวไทยได้ทำการแก้ไข ให้มันสามารถใช้งานภาษาไทยได้ โดยจะต้อง download โปรแกรมเสริม และเจ้าโปรแกรมเสริม ที่เขาแจกนี้เองที่ถูกบีบอัดมาในรูปของ rar ( มีนามสกุล .rar ) นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่ผมได้ทดลองใช้งาน โปรแกรมตัวนี้และก็ได้รับความประทับใจตลอดมา
บางท่านอาจสงสัยว่า เอ๊ะ !! มาเคยแนะนำ winace ให้ใช้งานด้วยนี่นา แล้วตกลงว่าตัวไหนมันดีกว่ากันล่ะเนี่ย ... จริงๆ แล้วมันก็ดีไปคนละอย่างนะครับ เจ้า winace นี้มันบีบอัดไดัเยอะ แต่ว่า interface ของมันนั้นไม่ค่อยเหมือน winzip ที่เราคุ้นเคยสักเท่าไหร่ และอีกอย่างหนึ่งคือมันเป็น share ware ครับ พอครบกำหนดที่เขาให้ทดลองใช้ ก็ต้องไปหา crack มาแก้มัน และเมนูและ ฯลฯ ของมันนั้นผมเองก็ไม่ค่อยที่จะคุ้นเคย เนื่องจากว่าเคยชินกับการใช้งาน winzip มานาน จึงทำให้ไม่คล่องตัวเท่าที่ควร ผมว่าหากเขาปรับปรุงให้มันใช้งานง่ายกว่านี้หน่อย รับรองได้ว่าเจ๋งทีเดียวครับ
มีอีกเรื่องหนึ่งที่จะขอแจ้งให้ทราบก็คือว่า การส่ง sms นั้น อาจจะมีปัญหาเนื่องจากเว็ป geccorp ได้ทำการปรับปรุงเว็ป ฯ จึงทำให้การส่ง sms มีปัญหาได้ ผมก็ได้ทดลองแล้วปรากฏว่ามันส่งได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เดี๋ยวยังไงผมจะหาเว็ปอื่นๆ ดูนะครับ ว่ายังมีเว็ปไหนบ้างที่เขาให้ส่ง sms ฟรีโดยที่ไม่ต้องลงทะเบียน 8-) ของฟรีดีๆ นั้นก็ยังพอมีอยู่ครับ แต่ว่าคงไม่ได้มาง่าย ๆ คงต้องหากันนานหน่อย ...หากท่านใดมีข้อมูลดีๆ ก็แนะนำกันมาได้นะครับ 8-)
--------------------------------------------------------------------------------
++ 7 พ.ค. 45 ++
สวัสดีวันอังคารที่ 7 ขอรับ หยุด 3 วันแวะไปไหนกันมาบ้างครับ ของผมเองนั้นก็กลับไปนอนบ้าน อย่างเดียวเลยครับ กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กิน จนบัดนี้น้ำหนักขึ้นจากเดิมมาประมาณ 10 กว่า กก. แล้วครับ 8-) อีตอนเข้าทำงานที่ กฟน. ใหม่ๆ น้ำหนัก 58 กก. อีตอนนี้ปาเข้าไปแล้ว 73 กก. ครับ 55555 ที่เล่าให้ฟังก็มิใช่เรื่องอื่นใด นอกจากว่า อยากให้ทุกๆ ท่านระวังรักษาร่างกายของตัวเองให้ดีนะครับ ตอนเรียนหนังสือนั้น รูปร่างผอมบาง ผอมเพรียวเลยล่ะ แต่อีตอนทำงานไหงน้ำหนักมันเพิ่มเอาๆ ก็ไม่ทราบได้
ที่ว่านี่ไม่ใช้ผมคนเดียวนะครับ ( เหอๆ มีพวก ) เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนไม่ร่วมงานที่ผมรู้จักก็ ออกอาการนี้กันเป็นทิวแถว ตอนนี้ผมเลยต้องออกไปเล่นฟุตบอล และก็วิ่งมั่ง ม่ายงั้นต้องซื้อกางเกงใหม่กันทุกเดือนแน่ๆ อีตอนจะขึ้น มันก็ขึ้นเอาๆ แต่อีตอนจะลงไหงมันลงย๊ากยากก็ไม่รู้ และที่แน่นอน.......ความอ้วนนำมาซึ่งสารพัดโรค เพราะฉะนั้น อย่าลืมออกกำลังกายกันบ้างนะครับ
และตอนออกกำลังกายก็ขอให้ระมัดระวังด้วยนะขอรับ เพราะว่าผมเองนั้นเล่นบอลเมื่อไหร่ เป็นต้องเจ็บตัวทุกที เคล็ดมั่ง ฟกช้ำดำเขียวมั่ง ถลอกปอกเปิกมั่ง ...... อาการที่สาหัสที่สุดของผมจากการเล่นฟุตบอลก็คือ เอ็นหัวเข่าขาดครับ งวดนั้นก็เลยอดเล่นบอลไปเกือบๆ 2 ปีได้ เพราะงั้นก็อย่าลืมระวังกันด้วยนะครับ
--------------------------------------------------------------------------------
++ 25 เม.ย. 45 ++
พอดีเมื่อวานไม่ได้ update ครับ เพราะว่ามีงานติดพันอยู่ ก็เลยขอยกยอดมาในวันนี้แทนก็แล้วกัน วันนี้ที่มีของใหม่ก็คือเกมยิงลูกจุดโทษครับ เพื่อให้เข้ากับมหกรรมฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง 8-) ก็ดูกันแต่บอลก็แล้วกันนะครับ จะเล่นพนันก็คงจะไม่ดี แต่ผมว่าคงห้ามกันไม่ได้หรอก ไอ้เรื่องเล่นพนันน่ะ แต่ยังไงก็เพลาๆ หน่อยก็แล้วกันนะครับ อย่าให้มันหนักเกินไป เกมนี้ก็มีมาตั้งแต่ ยูโร 2000 แต่ว่าความสนุกก็ยังมีอยู่ครับ รับรองว่าคลายเครียดได้ดีพอสมควรแหละครับ ผมเล่นตั้งหลายครั้งกว่าจะได้ 10 ลูก ส่วนมากไม่ค่อยได้ครับ
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยพอสมควรครับ เมื่อวานก็ฝนตก วานซืนร้อนตับแลบแล้วแลบอีก ร้อนจนม้ามแทบจะแลบตามตับออกมาด้วย 8-) ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันหน่อยนะครับ ผมเองก็ต้องเราร่ม ติดใสเป้มาด้วย ไม่งั้นเจอฝน เดี๋ยวจะไม่สบาย ( พวกกระหม่อมบาง อิๆ )
--------------------------------------------------------------------------------
++ 22 เม.ย. 45 ++
สวัสดีวันจันทร์ครับ วันนี้ก็มาตามสัญญาว่าจะมีการ update เว็ป .. ก็ที่เห็นนั่นแหละครับ มีเกมลับสมองมาให้ลองเล่นกันอีกแล้ว ยากง่ายยังไงก็บอกกันมาได้นะครับ ... ผมเองได้ทดลองเล่นแล้วปรากฏว่าเหลือเวลาอีก 1 วินาที แต่เท่าที่ทราบ มันสามารถทำได้เร็วกว่านี้ แต่ผมยังไม่ได้เล่นต่อ เอาแค่ผ่านเกมนี้ก็พอใจแล้วครับ ... ส่วนเกมต่อไปนั้นผมยังเล่นไม่ผ่าน ... ยังไงแล้วจะเอามาลงให้ได้ทดลองเล่นกันครับ เกมนี้เป็นเกมที่ 3
สงกรานต์ที่ผ่านมาไปเที่ยวไหนกันบ้างล่ะครับ ... ผมเห็นสถิติการเกิดอุบัติเหตุแล้วก็ ไม่ค่อยสบายใจครับ ตายกันเพียบ เจ็บกันเป็นหมื่น และส่วนใหญ่ก็เกิดจากการเมาซะด้วย ( นี่ขนาดรณราค์กันขนาดนี้ยังเจ็บตายกันขนาดนี้ ) คนกินก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเวลาเมาแล้วต้อง กลับบ้าน พออีตอนไม่เมาล่ะไม่ค่อยจะกลับ ... แถมยังบอกอีกว่า ถ้าเมาไม่ขับแล้วจะกลับยังไง ? แน่ะ !! ดูมัน
ความจริงคนไทยเราน่าจะมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากกว่านี้นะครับ ผมว่าเรายังมีความสำนึก ตรงนี้น้อยไปหน่อย ( ไม่รู้ว่าพูดไปพูดมาจะเข้าตัวหรือเปล่า 8-) ยกตัวอย่างง่ายๆ และใกล้ๆ ตัวก็คือการโทรศัพท์ในโรงหนัง ... ผมล่ะชอบเพลงแร็พ ของวงอะไรก็ไม่รู้ เพิ่งจะได้ยินมาสองสามวัน นี่เอง มันร้องเข้าท่าดี .......นั่นสิ จะมาดูหนังทำไมต้องคุยโทรศัพท์ , ทำไมต้องแหกปากเสียงดัง , ทำไมต้องโทรหาป๊ะป๋าในโรงหนัง ก่อนเข้าโรงหนังทำไมมันไม่โทร ?? โอเค........ถ้ามันจะโทรแล้วทำไมมันไม่โทรให้เบาๆ หน่อย..........ของผมปิดเสมอก่อนเข้าโรงหนังครับ .....อ่ะๆ เรื่องนี้รอดตัว 8-)
--------------------------------------------------------------------------------
++ 18 เม.ย. 45 ++
สวัสดีปีใหม่ครับ ไม่ทราบว่าสงกรานต์ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ นี้ได้ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างครับ ... ส่วนผมเองนั้นก็ไม่ได้ไปไหนเลย กลับไปนอนอยู่บ้าน แถมไม่ได้เล่นน้ำกับเด็กๆ ด้วย ... เนื่องจากว่าเป็นโรคกลัวน้ำครับ 8-) หมายถึงกลัวเปียกน่ะ ถึงไม่ได้ไปสาดน้ำเล่นกันเขา แต่ว่าก็ได้ไปทำบุญ และบังสุกุลปู่ย่า ตายาย ในฐานะลูกหลานที่ดี ( หรือเปล่า ? 8-) เห็นเด็กๆ เขาสนุกกันแล้วก็นึกถึงตัวเองอีตอนเด็กๆ เหมือนกันเนอะ 8-) สาดกันมันสุดๆ แต่ตอนนี้คงจะไม่สนกเหมือนเดิมแล้วล่ะ เนื่องจากว่าแก่แล้ว อิๆ
แวะมาดูที่เว็ปพัสดุกันบ้างนะครับ วันนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่จะ update เนื่องจากเพิ่งจะผ่านงานเทศกาลมา ยังไงก็ขอยกยอดไปวันจันทร์ที่ 22 ก็แล้วกันนะครับ อาจจะมีเกมใหม่ๆ มาให้ลองเล่นกัน หรือไม่ก็จะหาโปรแกรมมาให้ download กันด้วย นี่ก็กำลังมองๆ อยู่ว่าจะเอาอะไรมาลงเพิ่มเติมดี เพราะว่าโปรแกรมที่ผมลงๆ ไปนั้นก็เป็นโปรแกรมที่ผมใช้งานอยู่จริงๆ แถมมันก็เกือบจะหมดอยู่แล้วด้วย ( ใครจะใช้งานโปรแกรมเป็นร้อยๆ จริงมะ ? 8-) กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่ายังหลงเหลือตัวไหนให้เอามาเขียนได้อีกหรือเปล่าเนี่ย
พอดีเปิดไปดูหน้า knowledge แล้วปรากฏว่ายังเหลือในส่วนของการใช้งาน speednet และก็การแชร์ทรัพยากรในเครื่อง win 2000 นี่ก็กะว่าจะเขียนให้จบซะที เพราะว่าผลัดผ่อนเขามาหลายเพลาแล้ว 8-) ยังไงก็รอหน่อยนะครับ แถมเมื่อก่อนสงกรานต์ก็มีการเปิดซองมาอีก 1 เรื่องก็เลยยังไม่ได้ update แต่รับรองได้ว่าจบแน่ๆ ขอรับ............
--------------------------------------------------------------------------------
+++ 10 เม.ย. 45 +++
ปกติผมจะ update เว็ปวันจันทร์และวันพุธ แต่ว่าวันนี้มา update เร็วกว่าเดิม ก็เพราะผมคิดว่า หลายๆ ท่านคงจะเล่นเกมจบไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังมองหาความท้าทายใหม่ๆ 8-) และผมก็นำมาให้แล้วครับ ตัวนี้เป็นตัวที่สอง จากทั้งหมด 4 ชุด เกมนี้ผมใช้เวลาเล่นนานกว่า เกมแรกพอสมควร น่าสนุก และเด็กๆ ก็น่าจะได้ประโยชน์จากเกมประเภทนี้เพราะว่าเป็นเกมฝึกสมอง แต่ถึงจะเป็นผู้ใหญ่ก็เถอะ อย่าลืมลับสมองมั่งนะครับ เดี๋ยวมันจะไม่ได้ใช้งาน และทำให้รอยหยักตื้นเขิน 8-)
และวันนี้ผมก็ได้เอา ie เวอร์ชั่นล่าสุดที่ผมเพิ่งจะ download มาจากเว็ป microsoft เมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมานี้เอง มาให้ download กันนะครับ เป็นตัวเต็มขนาดก็ประมาณ 13 MB แต่ท่านที่ใช้งานเวอร์ชั่น 5 หรือว่า 5.5 นั้น ผมไม่แน่ใจว่าจะใช้ตัวนี้ update ได้เลยหรือไม่ ยังไงก็ทดลอง update กันเองก็แล้วกันครับ หากว่าโปรแกรมไม่ยอมให้ update ก็คงจะต้องไปเอา ie 6 ตัวเต็มมาลงเองแล้วล่ะครับ
--------------------------------------------------------------------------------
+++ 9 เม.ย. 45 +++
อีกไม่กี่วันก็จะปีใหม่ ( ไทย ) แล้วครับ หลายๆ ท่านคงจะเตรียมตัวกลับบ้านไปรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ ( หรือว่าจะเป็นกำนัน ? ) ที่บ้านต่างจังหวัดกันแน่ๆ ยังไงก็อย่าดื่มเหล้าตอนขับรถนะครับ หรือว่าโครงการเมาไม่กลับ ( บ้าน ) .... เอ้ย!! ม่ายช่ายๆ โครงการเมาไม่ขับต่างหาก ....อิๆ แหม ... เมาทีไรหาทางกลับบ้านไม่ค่อยถูกทุกที 8-) ไปหลงอยู่แถวๆ ถนนเพชรบุรีประจำ ........8-) .....อิๆ ล้อเล่นครับ .... ยังไงก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ
แวะมาดูเว็ปพัสดุในวันนี้กันบ้างว่ามีอะไรใหม่ๆ .... ก็ตามที่เห็นครับ ผมมีเกมใหม่มาให้ ทดลองเล่นกัน ตัวนี้เรียกได้ว่ามีสาระทีเดียว แต่เป็นตัวทีง่ายที่สุด ก็คือมีของอยู่ 3 สิ่งที่เราต้องเอา ข้ามแม่น้ำให้ได้ก็คือ ผัก, แกะ และหมาป่า โดยที่หากปล่อยผักไว้กับแกะไม่ได้ เพราะว่าแกะจะกินผัก และ หากปล่อยให้แกะอยู่กับหมาป่า เจ้าหมาป่าก็จะกินแกะ แต่หมาป่าจะไม่กินผัก ผมว่าเกมนี้ไม่ยากเท่าไหร่ครับ เพราะว่าเป็นเกมเริ่มแรกเลย เดี๋ยววันหลังจะเอาเวอร์ชั่นต่อๆ ไปที่มีความยากเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ มาลงให้เล่นกันนะครับ
--------------------------------------------------------------------------------
+++ 3 เม.ย. 45 +++
วันนี้มีการเพิ่มเพจใหม่ของเว็ปครับ เป็นเพจของ บท. ทางพนักงานของพัสดุ ( หรือพนักงาน หน่วยงานอื่น ) สามารถเข้าไปดูข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงานว่างใน ฝพด. เผื่อว่าท่านใดสนใจที่จะโอนย้ายมาทำงานที่ ฝพด. จะได้ทราบว่าตอนนี้มีตำแหน่งอะไรว่างบ้าง 8-) อ้อ !! แล้วก็อย่าลืมนะครับ สำหรับคำสั่งต่างๆ ของ ฝทม. ซึ่งทาง บท. ได้แจ้งให้ทราบแล้วว่าจะให้เปิดดู จาก intranet หรือผ่านเว็ปพัสดุนี้ เพื่อเป็นการลดปริมาณการใช้งานกระดาษอีกทางหนึ่ง
หลายๆ ท่านบอกมาว่าชอบใจเกมที่เอามาลงให้เล่น เพราะว่าลูกๆ ชอบ 8-) โดยเฉพาะเจ้าเกม FLEABAG VS. MUTT ตามรูปข้างบนนี้แหละครับ ชอบกันมาก ไม่ชอบไงไหว ผมเองยังขำ 8-) คนเขียนเขาก็เข้าใจทำนะครับ เล่นแล้วมีฮา สำหรับในเกมอื่นๆ ผมจะพยายามหามาลงให้เรื่อยๆ นะครับ กะเอาไว้ว่าสัปดาห์ละ 1 เกม หรือ 2 สัปดาห์ต่อเกม แล้วหลังจากนั้นผมจะทำเพจใหม่ ที่จะเก็บเกมเหล่านี้เอาไว้เผื่อท่านใดจะเอากลับบ้านไปให้ลูกเล่น 8-)
มีพี่บางคนถามผมว่า เว็ปของพัสดุนี้เป็นเว็ปของหน่วยงาน แล้วเอาเกมมาลงให้นี่ จะเป็นการเหมาะสมหรือ ? จริงๆ แล้วในมุมมองของผมนะครับ ผมว่าคอมพิวเตอร์สามารถทำอะไร ได้หลายๆ อย่าง และเราควรจะใช้งานมันให้คุ้มค่ากับความสามารถของมัน ท่านทราบหรือไม่ว่า โปรแกรมที่สามารถใช้งานคอมพ์ได้คุ้มค่า และเต็มความสามารถของมันนั้นคือ เกม นะครับ 8-) เพราะว่าเกมต้องใช้พลังในการประมวลผลของ cpu , vga card , sound ฯลฯ ต่อเนื่องตลอดเวลา โดยไม่มีโปรแกรมใดๆ ที่สามารถทำได้อย่างเกม
บางท่านอาจบอกว่า อ้าว !! แล้วโปรแกรมจำพวก graphic ล่ะ หรือว่า cad น่ะ .......จริงอยู่ครับ ที่โปรแกรมจำพวกนี้ก็ทรมาน cpu และอุปกรณ์ตัวอื่นๆ ให้ทำงานได้หนักมากๆ เหมือนกัน เพียงแต่ว่า ความต่อเนื่องในการใช้งานหนักนั้น เกม จะหนักกว่าครับ ดูตัวอย่างพวกเกม 3D นั่นปะไร อย่างเช่น Quak 3D หรือว่าเกมยอดนิยมอย่าง CS หรือเกมแนววางแผนอย่าง RA2 ซึ่งเกมพวกนี้เวลาจะเล่นแต่ละที รับรองได้ว่าเกินวันครับ ตอนผมเห่อเกมนั้น เล่นทีเป็นวันเครื่องร้อนฉึ่งเลยครับ 8-)
แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ เกมนี่ถือเป็นวิชาเลือกครับ มิใช้วิชาบังคับ ก็คือจะเล่นหรือไม่ก็ได้ ถ้าเว็ปมีแต่เรื่อง พัสดุอย่างเดียวก็คงไม่มีใครเข้ามาดูหรอกครับ ยกเว้นเรื่องประกาศประกวด / สอบราคาเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าเราใช้งานคอมพ์ได้ไม่เต็มที่กับความสามารถที่มันมีอยู่ ผมถึงได้พยายามใส่เรื่องราว และเทคนิคต่างๆ เท่าที่ผมเองพอจะทราบลงในเว็ปเพื่อให้ ระบบ intranet ของ กฟน. สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย และมีประโยชน์ในหลายๆ ด้านครับ
--------------------------------------------------------------------------------
+++ 1 เม.ย. 45 +++
สวัสดีตอนเช้าของอาทิตย์ใหม่ครับ เดือนนี้มีวันหยุดเพียบเลย 8-) วันนี้ผมมีจดหมายที่พี่เขาส่งมา ให้อ่านครับ เป็นเรื่องของลิงกับถั่ว ........ ตอนแรกเลยนั้นผมเองคุยกับเพื่อนว่า คนที่รู้จักคำว่าพอ กับ คนที่ไม่ขวนขวาย สองคนนี้ต่างกันยังไง ? ( วันนี้มาแบบสาระแฮะ ) ผมมองว่าบางทีคนเรามัก จะมีความต้องการตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเงินทองชื่อเสียง ลาภ ยศ สรรเสริญ มาเพียบเลย ผมก็นั่งถกกับเพื่อนว่า แล้วความพอดีของเรื่องพวกนี้อยู่ที่ไหน ?
คนไม่ค่อยมีเงิน ก็มีความทุกข์แบบคนไม่มีเงิน คนรวยก็มีความทุกข์แบบคนรวย แต่เท่าที่เห็น ผมเห็นคนส่วนมาก ต้องการที่จะมีความทุกข์แบบคนรวย 8-) ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องของคนรู้จักของแฟน ผมเองครับ พวกเขาเป็นผู้หญิงโสด( มี 5 คน ในบ้าน ) ไม่แต่งงาน ส่วนสาเหตุนั้นผมก็ไม่ทราบหรอก 8-) พวกเขาขายขนมครับ จะขายตอนเย็นๆ สัก 5 โมงกว่าๆ ก็จะเข็นรถออกมาขายแล้ว และพวกเขาก็ขอเด็กกำพร้าคนหนึ่งมาเลี้ยง เป็นเด็กผู้หญิงครับ
ทุกๆ คนในบ้านหลังนี้ขยันทำงานมาก เขาขายขนมจนมีเงินเก็บมากพอสมควร เรียกได้ว่าเป็นล้านเลย ล่ะ สามารถซื้ออาคารพาณิชย์ในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้ด้วยเงินสดก็แล้วกัน แต่ผมเอง ไม่เห็นเขาได้นำเงิน ที่พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาหามานั้น ไปใช้ประโยชน์อะไรเลย เสื้อผ้าก็ไม่ซื้อ ไม่มีการใช้เครื่องประดับ มีมีรถ มีโทรทัศน์ 14 นิ้วเก่าๆ อยู่ 1 เครื่อง ไม่เที่ยวไหน ไม่ทำอะไรทั้งนั้น นอกจากเก็บเงิน
จนกระทั้ง มีคนหนึ่งในบ้านป่วย ด้วยความเสียดายเงิน เขาก็รักษากันไปแบบบรรเทาอาการ อ้อ.. เขาเป็นมะเร็งครับ เป็นที่รู้กันว่าหากจะรักษามะเร็งนั้นจะต้องรักษาตอนเริ่มเป็นเท่านั้น จะมารักษากัน ตอนระยะที่สองที่สามนั้น จะไม่ค่อยได้ผล และมีเปอร์เซ็นต์เสียชีวิตมาก แต่เขาก็ไม่รักษาครับ เพราะความเสียดายเงิน เขาไปรักษาที่ รพ.เชียงใหม่ อยู่บ้างตอนที่ทนความเจ็บปวดไม่ไหวจริงๆ
ผลของความเสียดายเงินทำให้เขาอยู่ได้อีก 4 เดือนครับ พอในช่วงท้ายๆ นั้น คนในบ้านก็ยอมที่จะทุ่มเงินเต็มที่เพื่อที่จะรักษาให้หาย ... แต่ผลก็เป็นดังคาดครับ เขาตาย .... ตายโดยที่เงินในบัญชีของเขายังอยู่เกือบครบ ผมยังสงสัยว่าความสุขของพวกเขาคือการได้เห็น ตัวเลขในบัญชีเพิ่มขึ้นๆ อย่างนั้นหรือเปล่า ? ลูกก็ไม่มีใครมีสักคน แถมที่มีก็ไม่ใช่ลูกของตัว หรือว่า พี่ๆ น้อง ๆ ของตัวเองซะเมื่อไหร่ ทำงานเก็บเงินแทบตาย ไม่สบายก็ไม่รักษา แถมตัวเองก็ไม่ใช้เงินอะไรเลย ทั้งชีวิตของพวกเขาทำงานแทบตายเพื่อเก็บเงินไว้ให้เด็กที่ขอมาเลี้ยง ?
ลักษณะของคนแบบนี้เรียกว่าเป็นคนขวนขวายหรือเปล่า ? ในขณะที่อีกหลายๆ คน ( รวมทั้งผม ) ทำแบบมีกิน มีการใช้เงิน อยากได้ก็ซื้อ หากพอมีกำลังจะซื้อ อยากเที่ยวตอนปลายปี ก็เที่ยว เจ็บไข้ได้ป่วยก็รักษา มีเงินเก็บบ้างพอประมาณ , มีรสนิยมตามเงินในกระเป๋า ,ไม่ชิงดีชิงเด่นกับใคร , คนเหล่านี้ เป็นคนที่รู้จักคำว่าพอหรือเปล่า ? เรื่องที่เล่ามานี้ผมก็นั่งถกกับเพื่อนอยู่พักใหญ่ ... ก็มีแนวความคิดที่แตกต่างและเหมือนกันในหลายๆ เรื่อง ........เอาล่ะบ่นมามากแล้ว ลองมาอ่านจดหมาย ที่พี่เขาฟอร์เวิร์ดมาให้กันหน่อยครับ
ถั่วในกำมือ
พระพุทธองค์ตรัสว่า .... จิตของคนเรานั้นเหมือนกับลิง
เราจึงเรียนรู้เรื่องของจิตใจของเราได้มากมายจากพฤติกรรมของลิง
ลิงนั้นเกลียดกะปิ ถ้ากะปิถูกมือมันเมื่อไหร่ มันจะถูนิ้วกับพื้นจนเลือดไหลเต็มมือ จนกว่ากลิ่นกะปิจะหาย ในที่สุดจนกลายเป็นว่า "กะปิ" ถึงจะร้ายก็ไม่ร้ายเท่า "ความเกลียดกะปิ" ที่มือลิงเป็นแผลเหวอะหวะไม่ใช่เพราะกะปิ หากเป็นเพราะความจงเกลียดจงชังกะปิต่างหาก
สิ่งที่เราเกลียดนั้นบ่อยครั้งไม่น่ากลัวเท่ากับความเกลียดชังในจิตใจเรา
ความเกลียดชัง หรือพูดให้ถูกก็คือความรู้สึกอยากผลักไส ซึ่งรวมทั้งความโกรธและความกลัว จึงเป็นเจ้าตัวร้ายที่เราต้องระวังให้มากๆ แต่นั่นเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความจริงเท่านั้น
นอกจากความอยากผลักไสแล้ว ความยึดติด เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องระวังไม่แพ้กัน
กลับมาที่ลิงจอมซนอีกที - ในอินเดีย ลิงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับชาวบ้าน เพราะชอบขโมยผลไม้ในสวน ชาวบ้านจึงคิดวิธีจับลิง โดยใช้กล่องไม้ซึ่งมีฝาด้านหนึ่งเจาะรูเล็กๆ พอให้ลิงสอดมือเข้าไปได้ในกล่องมีถั่วซึ่งเป็นของโปรดของลิงวางไว้เป็นเหยื่อล่อ วันดีคืนดี ลิงมาที่สวนเห็นถั่วอยู่ในกล่องก็เอามือล้วงเข้าไปหยิบถั่ว แต่พอถอนมือออกมาก็ติดฝากล่อง เพราะ
กำมือของลิงนั้นใหญ่กว่าฝากล่องที่เจาะไว้ ลิงพยายามดึงมือเท่าไหร่ก็ไม่ออก พอชาวบ้านมาจับก็ปีนหนีขึ้นต้นไม้ไม่ได้เพราะมีมือเปล่าอยู่ข้างเดียว สุดท้ายก็ถูกคนจับได้ ลิงหาได้เฉลียวใจไม่ว่าเพียงแค่มันคลายมือออกเท่านั้น มันก็เอาตัวรอดได้ แต่เพราะยึดถั่วไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย จึงต้องเอาชีวิตเข้าแลก
มีหลายอย่างที่เราอยากได้ใฝ่ฝัน จึงถึงกับ "ยึดไว้" อย่างเหนียวแน่น เวลาประสบปัญหา เพียงแค่คลายสิ่งที่ ติดยึดนั้นเสียบ้าง ปัญหาก็คลี่คลาย แต่เป็นเพราะเราไม่ยอมปล่อยจึงเกิดผลเสียตามมามากมาย ไม่คุ้มกับสิ่งที่ติดยึด
จะชอบหรือพึงใจกับอะไรก็ตาม อย่าถึงกับยึดติดจนเหนียวแน่นเกินไป เพราะโอกาสที่หน้ามืดตามัวนั้นมีสูงจนหาทางออกไม่เจอ
ปัญหาทั้งหลายในชีวิตนั้น ถ้าเรารู้จักปล่อยวางบางสิ่งเสียบ้าง มันก็จะบรรเทาไปได้เยอะ
<